ทำไมถึงขาย "Samsung Galaxy S" ?

จากที่ผมได้ซื้อ “Samsung Galaxy S” มาแล้วทำมินิรีวิวให้ทุกท่านชมนั้น ตอนนี้ได้ขายเครื่องไปแล้วครับ ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวกับ “บอลโลก” หรือ “ปัญหาการใช้งานของเครื่อง” แต่เหตุผลที่ผมต้องรีบปล่อยรุ่นนี้ก็มีประมาณนี้ล่ะ …

ราคาตกแน่นอน

หลายคนเมินหน้าหนีซัมซุงเพราะ “ปรับราคาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม” คือ หั่นราคาพรวดเดียว 1-3 พันบาท ทำให้ผู้ใช้ล็อตแรกตาค้างไปตามๆ กัน ผลประโยชน์ตกอยู่กับผู้ใช้ใหม่ที่จะซื้อเครื่องใช้ในช่วงนั้นพอดี (แน่นอน !! ได้ของถูก+มือ 1 นี่หน่า) อย่างล่าสุดที่หั่นโหดๆ ก็คงเป็น “Candy 3G” ที่ปรับราคาลงมาจาก 7990 เหลือ 5990 บาท (ศูนย์) เยอะมั้ยเอ่ย ?

มือสองหล่นตาม

จากราคามือ 1 ที่ร่วงถล่มทลาย ประกอบกับราคามือสองในตลาดเว็บ หากมีคนปล่อยมากๆ ราคาจะตัดแข่งกัน คล้ายๆ กับกรณีของ “Nokia N97″ ที่ราคามือ 1 กับ มือ 2 ในปัจจุบันห่างกันเกือบ 50% และปัจจัยที่จะทำให้ราคา “Galaxy S” ลดลงไปอีก นั่นก็คือของแถมอย่างกรอบรูปดิจิตอลที่มูลค่าค่อนข้างสูงอยู่ สามารถขายแยกเพื่อเอาส่วนต่างมา Weight ราคาเครื่องได้ครับ

ซดแบตบรรลัย

ไม่รู้ว่าสูตรสำเร็จ “Hummingbird+Super AMOLED” ของทั้ง Wave และ Galaxy S จะทำให้อัตราการซดแบตพุ่งพรวดมากขึ้นรึเปล่า ? เพราะเท่าที่เคยใช้ทั้ง 2 รุ่นนี้ เล่นทวิตซะส่วนใหญ่ อยู่ไม่ถึงวันครับ เช้าเต็ม เย็นหมด เหมือนว่า 5800 ผมแบตจะอึดกว่าน๊า อิอิ

ปล. ใครใช้รุ่นนี้อยู่ และใช้งาน 3G ด้วย โปรดหา Booster มาใช้ด่วน เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ

เครื่องใหญ่

อาจจะไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะขายเครื่องทิ้งแค่เพราะ “เครื่องใหญ่” แต่มันก็คือข้อเสียที่บางคนไม่ชอบ โดยเฉพาะคนที่มือเล็ก ต้องเล่นด้วย 2 มือเท่านั้น จับมือเดียว อาจลื่นมือตกหัวคะมำได้ ขอบอกว่าขนาดมันใหญ่กว่าไอโฟนซะอีกครับ (ทั้ง 3GS, 4) งานนี้ใครชอบเครื่องเล็ก โปรดมองรุ่นนี้ข้ามไปได้เลย

จะว่าไป จริงๆ แล้วผมอาจจะกลับมาสอยมือ 2 ใช้ทีหลังก็ได้เหมือนกัน ราคาที่เป็นไปได้ก็คือราวๆ 12000-13000 บาท ทั้งนี้แล้วแต่ว่าซัมซุงแกจะหั่นราคาท้าลมฝนสู้กับ “HTC Desire, Acer Liquid” หรือไม่ ถ้าไม่หั่นก็คงรอไปอีกนาน อิอิ

No related posts.

Learn to make money online in one hour visit:Make Money online.