ตะลุยห้าง BIC Camera รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ Gadget ในญี่ปุ่น



ล่าสุดมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นครับ แม้ช่วงนี้ซากุระยังไม่บาน โชคดีอย่างที่หิมะหยุดตกแล้ว (ยกเว้นฟูจิ) ใครไปช่วงนี้อาจจะยังเห็นหิมะเกาะหลังคา + อากาศติดลบอยู่บ้าง ถ้าเอาสบายๆ คงต้องปลายมีนา – ต้นเมษายน ซึ่งเป็นช่วงซากุระบานพอดี สำหรับ Blog นี้ผมจะแชร์เกี่ยวกับการซื้อสินค้าไอทีจาก BIC Camera (ห้างอื่นน่าจะไม่ต่างกัน) พอดีเมืองที่ผมไปส่วนใหญ่มีห้างนี้อยู่ เลยได้เดินหลายรอบหน่อย : )

DSC_1100

[ BIC Camera สาขานัมบะ ]

BIC Camera (อย่าสับสนกับ Big Camera ร้านกล้องนะ) คือหนึ่งในห้างไอทีชั้นนำในญี่ปุ่นครับ มีสาขากระจายตามเมืองใหญ่ๆ ส่วนตัวผมคิดว่าคล้ายกับ Powerbuy ในไทย เพราะมีทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ ทีวี ฯลฯ บางสาขาอาจจะมีอย่างอื่นขายด้วย ก็ว่ากันไป สำหรับคนไทยที่ต้องการซื้อสินค้าจากที่นี่ จะได้สิทธิพิเศษตามนี้

– Tax Refund 5% (8% – เมษายน 2557 เป็นต้นไป)
– รูดบัตร VISA ลดอีก 5%

การทำ Tax Refund + VISA Discount จะต้องมี Passport เค้าจะดำเนินการให้เสร็จเลย ไม่จำกัดว่าจะเป็นสินค้าอะไร ราคาเท่าไหร่ แต่ถ้าลืมพกติดตัวก็ไม่ต้องกังวลนะ ซื้อของได้ปกติ แค่ไม่มีส่วนลดเท่านั้นเอง

สินค้าภายในห้างจะแบ่งโซนค่อนข้างชัดเจน ส่วนมากจะให้มือถืออยู่ชั้นล่างสุด แน่นอนว่า(เกือบ)ทั้งหมดติดสัญญากับ Operator (เช่น AU, Softbank, Emobile, Willcom ฯลฯ) ดังนั้น .. หลายรุ่นที่สวยๆ ก็ต้องจำใจผ่านไป 555555+ ส่วน Tablet เค้าจะไปรวมกับ PC ซึ่ง Device และหูฟังเทพๆ จะอยู่ชั้นเดียวกับพวกทีวี เครื่องเสียงทั้งหลาย สุดท้ายจะเป็นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป คงไม่มีใครหิ้วหม้อหุงข้าวกลับไทยนะครับ อิอิ

Tips

– อย่าลืมพก Passport ติดตัวไป เพื่อใช้สิทธิ Tax Refund+Visa พนักงานจะดำเนินการให้ครับ ไม่ยุ่งยากอะไร
– สินค้าส่วนใหญ่ซื้อได้หมดครับ ยกเว้นมือถือ-แท็บเล็ต (และ Pocket WiFi) ซึ่งติดสัญญาเครือข่าย
– ราคาเยนหาร 3 จะได้ราคาเงินไทยคร่าวๆ แล้วค่อยคิด Tax Refund+Visa เพิ่ม
– พนักงานบริการดี(มาก) สามารถพูด Eng ได้พอสมควร แต่สำเนียงจะแปลกหน่อย ส่วนตัวแนะนำให้คุณทำการบ้าน / เปิดหาข้อมูลบนเน็ตก่อนดีกว่า
– เคสมือถือราคาแพง ไม่มีลายสวยๆ หาซื้อในไทยดีกว่า เช่นเดียวกับแบตสำรอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ผ่านตาไปดีกว่า
– หูฟังมีแบรนด์หลักๆ ก็ Sony, Audio-Technica มีแทบทุกรุ่น ส่วนแบรนด์นอกก็มีพอสมควร ราคาไม่ถูกครับ ลองเปรียบเทียบรุ่น / ราคากับที่ขายในไทยก่อน
– สำหรับกล้องรุ่นใหม่ๆ วางจำหน่ายแล้วครับ (จำรุ่นไม่ค่อยได้ ผมไม่ได้เล่นกล้อง) แต่มีพวก Accessories ให้เลือกพอสมควร ใครที่ถามกล้อง Fuji Instax เมืองไทยถูกกว่าหลายร้อย และ Casio TR15 ผมไม่เห็นนะ คงต้องไปหาที่ Akihabara ซึ่งของเยอะกว่า
– ผมลองหาพวก MicroSD / SD Card แบรนด์ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่มีแต่ Class 4 (บ้านเราขาย Class 10 กันเต็มแผงแล้ว) ราคาแพงกว่าไทย เลยไม่ได้หยิบมา
– ฯลฯ

20140305_205308

Conclusion

สำหรับการละลายทรัพย์ในห้างไอทีญี่ปุ่น โดยส่วนตัวเห็นว่ายังไม่มีปัจจัยที่ทำให้คุณเสียตังเท่าไหร่ เพราะส่วนมากจะมีวางจำหน่ายในไทยอยู่แล้ว แถมมีราคาถูกกว่าซะด้วย ดังนั้น สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ คงไม่พ้น Product ที่หาซื้อยากมาก ไม่มีวางจำหน่าย(อย่างเป็นทางการ) ซะมากกว่า เช่น Kindle ฯลฯ หรืออุปกรณ์ด้านเกม Console / PSP (หรืออื่นๆ) อย่างไรก็ดี หากมีโอกาสแวะเข้าไป Akihabara ได้ก็จะมีสินค้าต่างๆ ให้เลือกมากกว่า และอาจมีราคาที่ถูกกว่าด้วย

ปล. ซื้อ Kindle Paperwhite 2013 มาตัวนึงครับ ราคา 9,980 เยน ก็ไม่แพงนะ : )


Comments

comments

Powered by Facebook Comments