ส่องฟีเจอร์ใหม่ อัพเดทเทรนด์ก่อนใคร ในงาน “Thailand Mobile Expo 2011” !!



ใกล้งาน MobileExpo เข้ามาทุกทีแล้ว ก่อนเลือกซื้อมือถือ – แท็ปเล็ตสักรุ่น วันนี้มีบทความเกี่ยวกับ “ฟีเจอร์เด่นในสมาร์ทโฟน” มาฝากกันครับ อย่างน้อยก็ทราบไว้เผื่อไปดูสเปคแล้วจะงงๆ ว่านี่คืออะไรยังไง ? เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีเด่นของแต่ละแบรนด์มีไม่เหมือนกัน และแน่นอนครับว่ามันมาใหม่เรื่อยๆ เอาล่ะ เรามาดูกันว่าฟีเจอร์เด่นต่างๆ บนสมาร์ทโฟนยุค 2011 กันเลย : )

หน้าจอสวยสด สะกดทุกสายตา

ในยุคก่อนที่จะมีหน้าจอสารพัดแบบอย่างเช่นทุกวันนี้ สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ใช้หน้าจอแบบ TFT-LCD กัน ซึ่งการแสดงผลอยู่ในระดับกลางๆ พอสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ทว่า หลังจากมีผู้ใช้นิยมเสพสื่อบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น ก็เริ่มมีหน้าจอชนิดใหม่ๆ ออกมาตอบสนองความต้องการ ที่แสดงผลดีกว่า ประหยัดพลังงานกว่าเข้ามาเป็นทางเลือก อย่าง “Samsung” ที่ออก AMOLED มาเมื่อปี 2008 และ Super-AMOLED ในปี 2010 ถือว่าดีกว่า LCD หลายขุม จากนั้นมาก็เริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ๆ จากหลากค่ายออกมาเช่น ..

Super-AMOLED Plus

– เทคโนโลยีล่าสุดของ Samsung (ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์แล้ว) ต่อจาก S-AMOLED เดิม
– บางกว่าหน้าจอ Super-AMOLED ทำให้ตัวเครื่องบางลงได้อีก
– Sub-Pixel สูงกว่า AMOLED 50 เปอร์เซ็นต์ การแสดงผลทำได้เนียนขึ้น ละเอียดกว่าที่เคยเป็น
– ความสว่างสูงสุด 360 cd/m2 (nit)
– มุมมองหน้าจอ (Wide-Angle) 170 องศา
– ประหยัดพลังงานกว่า S-AMOLED 18 เปอร์เซ็นต์
– Color Gamut (การให้สีสัน) 110 เปอร์เซ็นต์
– คอนทราสต์สูงกว่า LEDTV 2 เท่า
– ปัจจุบัน (May 2011) ถูกใช้บนสมาร์ทโฟน 2 รุ่น — Infuse 4G, Galaxy S II

NOVA Display

– เทคโนโลยีหน้าจอล่าสุดจาก LG พัฒนาต่อยอดจาก IPS Display เดิม
– ให้ความสว่าง 740 cd/m2 (nit) สว่างที่สุดในโลก
– ประหยัดพลังงานกว่าหน้าจอ LCD แบบเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปรับแสงสว่างต่ำสุด
– เหมาะกับใช้งานกลางแจ้ง
– ปัจจุบันมีใช้บนสมาร์ทโฟน 2 รุ่น — Optimus Black, Optimus Big (รุ่นหลังไม่วางขายในไทย)

Reality Display

– พัฒนาโดย Sony ต่อยอดจากหน้าจอ LED-Backlit
– ให้ความสว่างเทียบเท่าหน้าจอ Super AMOLED ของ Samsung
– ซอฟท์แวร์ประมวลผล “Mobile Bravia Engine” เพิ่มความคมชัด, สีสัน, คอนทราสต์, ลด noise ขณะชมภาพ – วิดิโอ
– มีใช้บนสมาร์ทโฟน 5 รุ่น — Xperia Arc, Neo, Pro, Mini, Mini-Pro (รุ่น 2011)

Retina Display

– พัฒนาโดย LG (แต่ให้ Apple ใช้) ต่อยอดมาจากหน้าจอ IPS เดิม
– ความละเอียดระดับ qHD (960×540 พิคเซล)
– ความหนาแน่นพิคเซลต่อขนาดหน้าจอสูงที่สุดในโลก (326 ppi)
– ประหยัดพลังงาน , มุมมองหน้าจอค่อนข้างกว้าง
– มีใช้บน iPhone 4 รุ่นเดียวในตอนนี้

Nokia ClearBlack

– พัฒนาร่วมกันระหว่าง Nokia & Samsung ต่อยอดจาก AMOLED เดิม
– พาเนลฉาบสาร Polarize ลดการสะท้อนแสง ทำให้สามารถใช้สู้แสงได้ดีกว่า AMOLED เดิม
– ประหยัดพลังงาน, แสดงผลดีกว่าหน้าจอ LCD ทั่วไป
– มีใช้งานบน Nokia N8, C7, E6, E7, X7, C6-01

จะเห็นได้ว่าคุณสมบัติเด่นของหน้าจอของแต่ละค่ายมีความแตกต่างกันในด้านเทคนิค ชนิดว่าใครมีของดีอยู่ก็เอามาทุ่มเต็มที่อย่าง LG, Sony Ericsson, Samsung งานนี้แล้วแต่ผู้ใช้ครับว่าจะชอบแนวไหน เพราะยังไงก็ไม่ได้มานั่งจ้องจอมือถือกันทั้งวันอยู่แล้ว อิอิ

หน่วยประมวลผลที่แรงมากพอ

เช่นเดียวกับบนคอมพิวเตอร์ครับ “หน่วยประมวลผลภายใน” หรือซีพียูก็ขาดไม่ได้เหมือนกัน ส่วนใหญ่มักจะมาเป็นแบบ SoC (System-On-Chip) ซะมากกว่า ที่นิยมใช้กันบนสมาร์ทโฟนรุ่นล่างก็คือ MSM7227 ของ Qualcomm ส่วนของสมาร์ทโฟนตัวสูงๆ ก็จะมีชิปซีพียูที่ดีกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันระดับไฮเอนด์จะเริ่มเข้าสู่ยุค “Dual-Core” หรือซีพียู 2 แกนบนมือถือ ซึ่งออกแบบมาเพื่อการใช้งานมัลติมีเดีย เกม กราฟฟิค ฯลฯ ได้ดีขึ้น ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มักจะใช้สมาร์ทโฟน – แท็ปเล็ตเพื่อใช้งานจิปาถะนอกบ้านมากขึ้น และนี่คือรายนามชิปซีพียู Dual-Core ที่มีออกมาตอนนี้ครับ

Qualcomm : MSM8260/8660 (Cortex-A9, Adreno 220)
Samsung : Exynos 4210 (Cortex-A9 , Mali-400)
Ericsson : NOVATHOR (Cortex-A9 , Mali-400)
Apple : A5 (Cortex-A9 , PowerVR SGX543MP2)
Texas Instrument : OMAP4 (Cortex-A9 , PowerVR SGX540)
ZiiLaps : ZMS-20 (Cortex-A9 , ZiiLabs Stemcell Media)
ST : Spear1340 (Cortex-A9 , Mali-200)

แบรนด์ที่เราจะเห็นบ่อยๆ หน่อยก็คือ Qualcomm, Samsung, TI และ Apple ส่วนแบรนด์อื่นๆ อาจจะถูกใช้บนแท็ปเล็ต หรือเครื่องเล่นอื่นๆ ซะมากกว่า แต่ที่แน่ๆ คือ สมาร์ทโฟน – แท็ปเล็ตยุคปี 2011 รุ่นไฮเอนด์ทั้งหลายจะต้องมาพร้อมกับชิป Dual-Core เป็นอย่างน้อย เพื่อตอบสนองการใช้งานมัลติมีเดียแบบ HD เต็มสตรีม !! ทั้งนี้การที่มีชิปซีพียูแรงๆ ก็ไม่ได้หมายความว่ารุ่นนั้นๆ จะใช้งานได้ดีเสมอไป ปัจจัยที่ต้องนำมาคิดด้วยคือ “Software” ถ้าหากแบรนด์พัฒนาซอฟท์แวร์ได้ดี ก็สามารถใช้งานได้ราบรื่น ไม่แลค ไม่กระตุก เหมือนนักบอลที่เล่นเข้าขากันนั่นเอง : )

หน่วยความจำ ยิ่งมากยิ่งดี

สมาร์ทโฟน (และแท็ปเล็ต) ก็คล้ายกับคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีหน่วยความจำเช่นกัน ทั้งแรม , เมมโมรี่ภายใน ปัจจุบันสมาร์ทโฟนระดับกลาง – ไฮเอนด์จะมีแรมในตัว 256MB – 1GB และเมมโมรี่ภายใน (Internal Storage) ที่ 2-32GB นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเมมโมรี่การ์ด (MicroSD) ภายนอกได้สูงสุดถึง 32GB ด้วยกัน ซึ่งก็น่าจะเพียงพอกับการใช้งานบนอุปกรณ์พกพา สำหรับสมาร์ทโฟนที่ดี ควรจะมีแรมในตัวมากกว่า 512MB เพื่อให้ใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ราบรื่น และมีเมมโมรี่ภายในสัก 2GB ขึ้นไป สำหรับลงแอพพลิเคชั่นเสริมครับ

กล้องคมชัดความละเอียดสูง

เป็นอีกฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้เลยในสมาร์ทโฟน แถมพอใช้งานแทนกล้องคอมแพคได้อย่างสบายๆ เพราะสะดวกกว่าการควักกล้องคอมแพคมากดถ่าย นอกจากนี้ยังอัพโหลดแชร์ผ่าน Social Media ง่ายเพียงปลายนิ้ว ปัจจุบันมาตรฐานกล้องบนมือถือมีหลายระดับอยู่เหมือนกันครับ รุ่นไฮเอนด์มักจะอัดมาให้ 5-8-12MP ส่วนรุ่นล่างติดมาให้ 2-3MP ส่วนเทคโนโลยี – ลูกเล่นต่างๆ ก็แล้วแต่ว่าใครจะใส่มาให้มากน้อยขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ คือ รุ่นไฮเอนด์เดี๋ยวนี้ ฟีเจอร์เยอะกว่ากล้องคอมแพคซะอีกครับ

เทคโนโลยีกล้องที่น่าสนใจ ใบ้ให้ว่ามี 3 แบรนด์คือ Samsung, Nokia และ Sony Ericsson ลองไปหาข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มได้เลย :D

ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการที่ใช้กันหลักๆ ทั่วโลกมีเพียง 5 โอเอสด้วยกันคือ Symbian, Android, iOS, Blackberry และ Windows Phone แต่ละโอเอสก็จะมีข้อดี – ข้อเสียแตกต่างกันไป เช่นเดียวกับหน้าตาที่สามารถปรับเปลี่ยนกันได้ (โดยเฉพาะ Android) ซึ่งก็แล้วแต่แบรนด์นั้นๆ จะปรับแต่งขึ้นมาหากคุณเน้นมัลติมีเดีย ปรับแต่งได้เยอะ มีใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง “Android” คือตัวเลือกที่ดี เช่นเดียวกับ iOS ที่ใช้งานง่าย มีแอพฯ เพียบ แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง ส่วนโอเอสอื่นๆ ก็แล้วแต่ชอบ “D

วัสดุเครื่อง

มือถือเป็นอีกอุปกรณ์นึงที่ใช้วัสดุตัวเครื่องได้หลากหลายทั้งโลหะ – พลาสติก หรืออื่นๆ ตามที่ต้องการ ที่ผ่านมามักจะใช้พลาสติกเป็นบอดี้ เพราะต้นทุนต่ำ – น้ำหนักเบา และขึ้นรูปได้ง่าย แต่ก็มีไม่น้อยที่ใช้โลหะ (อลูมิเนียม, สเตนเลสสตีล) เป็นบอดี้บ้าง, ฝาหลังบ้าง เพิ่มความทนทาน + ดูมีราคาขึ้น อย่างไรก็ตามก็มีการนำโลหะหายาก มีราคาแพงมาเป็นบอดี้ด้วยเช่น ทองคำ, แพลตินั่ม ซึ่งก็ไม่แปลกว่ามือถือเหล่านั้นจะมีราคาแพงเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมือถือแทบทุกรุ่นใช้พลาสติกเป็นบอดี้หลัก เพราะถูก เบา บาง และทนทานพอที่จะรองรับการใช้งานแบบ Hardcore ได้สบายๆ แล้วล่ะ

ราคา

สิ่งสุดท้ายที่จะกล่าวถึงวันนี้คือ “ราคา” ของสมาร์ทโฟนที่นับวันจะยิ่งตกลงไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีที่เติบโตแบบก้าวกระโดด อย่างมือถือแอนดรอยด์เมื่อ 2-3 ปีก่อน ต้องจ่ายตังซื้อกันถึง 2 หมื่นกว่าบาท แต่ตอนนี้แค่ 5-6 พันบาทก็ได้รุ่นระดับที่พอใช้งานได้แล้ว และมีแนวโน้มที่จะถูกลงอีก ! อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ก็ควรไตร่ตรองให้ดี ซึ่งถ้าคุณจะซื้อสมาร์ทโฟนใช้ลากยาว 2-3 ปีขึ้นไป แนะนำรุ่นระดับไฮเอนด์ครับ เพราะรองรับการ Support จากแบรนด์ได้ยาวนานกว่ามือถือรุ่นล่าง ที่แปปๆ ก็ไปแล้ว และด้วยฟีเจอร์ในตัวที่มาก รับประกันว่าได้ใช้คุ้มแน่ๆ เว้นแต่ว่าคุณไม่ใช้อะไรมากจริงๆ ก็ลองดูรุ่นที่เหมาะสม + ชอบที่สุดละกัน : )

ส่งท้าย

นอกจากฟีเจอร์เด่นๆ ที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่ผู้ใช้ควรดูเพิ่มเติมคือ รูปแบบตัวเครื่อง เดี๋ยวนี้ให้เลือกหลายแบบทั้งทัชสกรีน, ปุ่มกด, QWERTY, สไลด์ หรือแบบไฮบริด เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน ลองสังเกตให้ดีๆ ครับ บางครั้งได้ของดีมา แต่ใช้ไม่คุ้มก็เยอะ ในขณะเดียวกันก็ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน ทั้งตัวเครื่อง โอเอส ไม่จำเป็นต้องเทคนิคแพรวพราว เอาแค่ว่าใช้งานทั่วไป – แก้ปัญหาเป็นก็เพียงพอแล้ว

ที่สำคัญคือ “อย่าตามกระแส” ผมเห็นหลายคนจู่ๆ ซื้อไอโฟน ซื้อบีบี ซื้อกาแล๊คซี่ ฯลฯ มาใช้ แต่เหตุผลที่ซื้อ …. (เซ็นเซอร์) ส่วนเยาวชนที่ยังต้องแบมือขอพ่อแม่อยู่ ถึงท่านจะมี ถึงท่านจะซื้อให้แบบง่ายๆ ก็ลองคิดดูละกันว่า หากต้องมาทำงานหาเงินซื้อเอง ความรู้สึกมันจะตรงข้ามกันเลยล่ะ

งาน “Thailand Mobile Expo 2011” จะจัดขึ้น 2-5 มิถุนายนนี้ เลือกมือถือถูกใจ สุดยอดเทคโนโลยีไฮเอนด์ ที่นี่ที่เดียว อย่าลืม … อ่านข้อความข้างบนนี้ก่อนเลือกซื้อนะจ๊ะ :D


Comments

comments

Powered by Facebook Comments