[ Review ] : Samsung Galaxy S5 – นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น



ศึกสมาร์ทโฟน Flagship ปีนี้ร้อนแรงตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว จากช่วงงาน Mobile World Congress 2014 ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลากแบรนด์มือถือชั้นนำจัดหนักด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Flagship ของตัวเองอย่างอลังการอย่าง Sony เปิดตัว Xperia Z2, Xperia Z2 Tablet ส่วน LG มี G Pro 2 ฯลฯ ที่น่าสนใจคือ Samsung นำรุ่นเรือธงใหม่ล่าสุด – “Galaxy S5” พร้อม Gear 2 (Neo), Gear Fit มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วย รอบนี้ไม่เน้นสเปคหวือหวามากนัก (ปกติก็เกินความจำเป็นไปเยอะแล้ว) แต่กลับมาเน้นฟีเจอร์ที่ “ใช้งานได้จริง” มากขึ้น โดยเฉพาะด้านสุขภาพ เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มสนใจ Device และอุปกรณ์เสริมสนับสนุนฟีเจอร์ด้านนี้มากขึ้นไม่น้อยทีเดียว

Samsung-Galaxy-S5-image-gallery

Glam_Galaxy-S5_Blue_01

Samsung Galaxy S5

รอบนี้ Samsung เลือกที่จะเปิดตัว Flagship ภาคต่อของตระกูล Galaxy S เร็วกว่าปกติ สำหรับ Galaxy S5 รอบนี้ไม่อัดสเปคพร่ำเพรื่อแบบตอน Galaxy S4 แต่เน้นฟีเจอร์รองรับ Lifestyle ชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะด้านสุขภาพทั้งเซ็นเซอร์วัด Heart Rate, S Health 3.0 และอุปกรณ์เสริมตระกูล Gear ให้เลือกใช้งานเพิ่มด้วย (ส่วนอุปกรณ์ 3rd party ใช้งานได้ตามปกตินะจ๊ะ ) อัพกล้องเป็น 16 ล้านพิคเซล (เซ็นเซอร์ ISOCELL) ปรับอินเตอร์เฟสใหม่ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และ … กันน้ำ !! (IP67) ฯลฯ ส่วนสเปคตามลิสต์ด้านล่างครับ

– ขนาด 142 x 72.5 x 8.1 มิลลิเมตร , น้ำหนัก 145 กรัม
– รองรับคลื่นความถี่ 3G HSPA+ 850/900/1900/2100 MHz (ความเร็วสูงสุด 42 Mbps), 4G LTE
– หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.1 นิ้ว (ความละเอียด 1920×1080 พิคเซล) , กระจก Gorilla Glass 3 รองรับมัลติทัช 10 จุด
– มาตรฐาน IP-67 (กันน้ำ 1 เมตร , 30 นาที)
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (ปุ่ม Home)
– เมมโมรี่ภายใน 16GB + เพิ่มเมมโมรี่ภายนอก 128GB (MicroSDXC)
– ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 801 , แรม LP-DDR3 2GB
– ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 + TouchWiz UX
– เชื่อมต่อ WiFi 802.11 b/g/n/ac + Dual-Band 2.4/5GHz , WiFi Direct
– รองรับบลูทูธ 4.0+LE, NFC + S Beam
– กล้อง 16 ล้านพิคเซล (ISOCELL Sensor) แฟลช LED
– บันทึกวิดิโอความละเอียดสูงสุด UHD (3840×2160 พิคเซล – 30 fps)
– ระบบเสียง SoundAlive
– แบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 2,800 mAh

IMG_3077

IMG_3078

IMG_3081

แกะกล่องเครื่องศูนย์ไทย

Galaxy S5 มาพร้อมกับกล่องลายไม้เหมือนเดิม แต่มีเลข 5 บนกล่องด้วย (พวกอุปกรณ์เสริมของ Galaxy S5 จะมีเลข 5 บน Packaging เช่นกัน) ภายใต้ชุดขายมีอุปกรณ์ให้ดังนี้ครับ

– ตัวเครื่อง Galaxy S5
– แบตเตอรี่ 2800 mAh
– หูฟังสมอลทอล์คแบบ In-Ear
– สาย MicroUSB 2.0
– วอลชาร์จบ้าน (5v 2.0A)
– คู่มือการใช้งาน

สำหรับสาย MicroUSB 2.0 ที่เป็นประเด็นบนโซเชี่ยลตอนนี้ ทั่วโลกแถมเหมือนกันหมดครับ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้ทาง Samsung TH กำลังมีแนวทางชดเชยให้เป็นพิเศษ ซึ่งผมจะมาอัพเดทอีกครั้งนึงจ้า

Design

ใครหวังเรื่องความแปลกใหม่ แหวกแนวบน Galaxy S5 อาจต้องผิดหวังไปตามๆ กัน (อารมณ์เดียวกับ Xperia Z2 เป๊ะ) จากภาพรวมการออกแบบที่คล้าย Galaxy S4 หรือ Galaxy Grand ซะเยอะ หน้าจอขนาดใหญ่ 5.1 นิ้ว ใกล้เคียงกับของเดิม ทั้งนี้ขอบหน้าจอ (Bezel) หนาขึ้นเล็กน้อย คาดว่าเพราะบอดี้ต้องออกแบบให้กันน้ำด้วย ปุ่ม Home Back Menu อยู่ตำแหน่งเดิมครับ ที่พิเศษคือปุ่ม Home สามารถสแกนลายนิ้วมือ (แบบ iPhone 5s) ได้ด้วย แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่

IMG_2254

พอร์ทเชื่อมต่อต่างๆ อยู่รอบตัวเครื่องทั้งปุ่ม Power-Volume, หูฟัง 3.5 มิลลิเมตร สำหรับช่อง MicroUSB จะมีช่องปิดครับ ทั้งนี้ขอบตัวเครื่องจะเป็น  เกือบทั้งหมด สวยดีแต่ต้องดูแลรักษากันหน่อยล่ะ สำหรับฝาหลังของ Galaxy S5 ยังคงเป็นพลาสติก (Polycarbonate) เหมือนเดิม เคลือบผิวด้วยสารพิเศษทำให้ค่อนข้างหนืดมือ และลวดลายคล้ายหนัง (บางคนบอกเหมือนพลาสเตอร์ปิดแผล 555555+) ใต้ฝาหลังจะมีแถบยางที่ครอบส่วนแบตเตอรี่ ช่องใส่ซิมไว้ ด้านแบตเตอรี่ 2800 mAh ถอดได้เหมือนเดิมจ้า

งานประกอบของ Galaxy S5 อยู่ในระดับน่าพอใจ ส่วนตัวผมชอบ Galaxy Note 3 มากกว่า แต่ถ้าเทียบกับ Galaxy S4 แล้วถือว่าปรับปรุงขึ้นมาพอตัว ทั้งวัสดุ ความรู้สึกในการสัมผัสครับ

IMG_2606

กล้อง

Galaxy S5 มาพร้อมกับกล้อง ISOCELL เซ็นเซอร์ใหม่ที่พัฒนาโดย Samsung ความละเอียด 16 ล้านพิคเซล (F/2.2, ชุดเลนส์ 5 ชิ้น) เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างมากหากเทียบกับ Galaxy S4 ทั้งคุณภาพรูปถ่ายทุกสภาพแสง, โฟกัสภาพเร็วที่สุดเพียง 0.3 วินาที (ภาพรวมถือว่าเร็วขึ้นมากๆ), ระบบ HDR เรียลไทม์ กดถ่ายภาพได้ทันที ฯลฯ นอกจากนี้ยังปรับอินเตอร์เฟสกล้องใหม่เล็กน้อย ใช้งานง่ายขึ้น และมีโหมดการถ่ายภาพใหม่ๆ เช่น

Screenshot_2014-04-05-14-30-56

Screenshot_2014-04-06-14-39-01

– Virtual Tour : ถ่ายภาพตาม Direction ที่กำหนด ระบบจะประมวลผล Effect ให้อัตโนมัติ เหมาะกับใช้ถ่ายแนะนำสถานที่ In-Door
– Selective Focus : ผู้ใช้สามารถปรับการ Focus ได้ 3 แบบคือ หน้าชัดหลังเบลอ, หน้าเบลอหลังชัด และชัดเสมอกันทั้งหมด แนะนำให้ใช้ในที่แสงดีๆ / ระยะห่าง 1.5 เมตรขึ้นไป
– Shot & More : ระบบจะทำการ Burst Shot แล้วจะมีโหมดให้ปรับแต่ง เช่น Best Photo, Best Facem Drama Shot, Eraser และ Panning Shot

โหมดถ่ายภาพบางส่วนต้องเข้าไปดาวน์โหลดที่ Samsung Apps เข้าใจว่าเพื่อไม่ให้กินเมมเครื่อง (จาก Add-ons มากเกินไป) ด้านการถ่ายวิดิโอสามารถบันทึกได้ที่ความละเอียด 4K (3840×2160 พิคเซล) สูงสุด 5 นาที เช่นเดียวกับบน Note 3 สามารถบันทึกแบบ Fast-Motion, Slow-Motion ได้อีกด้วย คุณภาพเสียงแบบสเตอริโอครับ ด้านตัวอย่างภาพถ่าย-วิดิโอลองชมได้ที่นี่จ้า

Screenshot_2014-04-06-15-36-25

สแกนลายนิ้วมือ

ฟีเจอร์นึงที่ Samsung นำมาเป็นจุดขายของ Galaxy S5 ก็คือ สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ด้วยการลูบปุ่ม Home เมื่อตั้งค่าครั้งแรกจะต้องลูบ 8 ครั้งเพื่อเก็บข้อมูลครับ สามารถบันทึกได้สูงสุด 3 ลายนิ้วมือ และต้องตั้งค่ารหัส PIN เพื่อปลดล็อคเสริม สำหรับการใช้งานสแกนลายนิ้วมือจะถูกใช้งานบน 3 ฟังก์ชั่นคือ – Private Mode เพื่อซ่อนรูปภาพ แอปพลิเคชั่นที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเห็น, การปลดล็อคหน้าจอ และการยืนยันชำระเงินผ่าน Paypal  ล่าสุดในประเทศไทยรองรับการ Payment ด้วยวิธีดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก

20140412_141156

20140412_141245

กันน้ำ

เรื่องกันน้ำกันฝุ่นไม่ใช่เรื่องใหม่บนสมาร์ทโฟน แต่สำหรับ Galaxy S5 เป็น Flagship ตัวแรกๆ ของ Samsung ที่ออกแบบให้สามารถกันน้ำ กันฝุ่นภายใต้มาตรฐาน IP57 (แช่น้ำได้ 1 เมตร 30 นาที) โดยระบบจะมีการแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อมีการปิด/เปิดช่อง MicroUSB หรือฝาหลัง ให้ปิดสนิทก่อนใช้งานครับ เหมาะกับช่วงสงกรานต์พอดี เพราะสามารถแชทไป เล่นน้ำไปได้เลย ไม่ต้องใส่ซองกันน้ำ หรือหากเกิดอุบัติเหตุทำตกน้ำก็ยังแก้ไขได้ทัน แต่ … ห้ามลงทะเลเด็ดขาดจ้า

ซอฟท์แวร์

Galaxy S5 บิ้วท์อินบน Android 4.4.2 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส TouchWiz UX โฉมใหม่ (Vibrant UI) ทุกอย่างออกแบบให้ ‘Flat’ เรียบง่ายยิ่งขึ้น หน้า Home สามารถปิด-เปิด My Magazine และปรับ Transition Effect ได้แล้ว แถบ Notification มีช็อตคัท S Finder, Quick Connect (สำหรับเชื่อมต่อกับ Device อื่นได้ง่ายขึ้น) และไอคอนต่างๆ มาแบบวงกลมเรียบๆ ด้านเมนูแอปพลิเคชั่นถูกปรับใหม่ คล้ายแบบ Stock UI (Nexus)  และเมนูตั้งค่ามาแบบ Grid-View 3 แถว หรือจะเปลี่ยนเป็นแบบ Tab, List ได้ตามสะดวกครับ

Screenshot_2014-04-12-23-59-48

Ultra-Power Saving Mode

เป็นฟีเจอร์หากินอีกตัวของ Galaxy S5 ที่ให้คุณสามารถใช้งานโทรออก รับสาย ข้อความ เบราเซอร์ รวมถึง Facebook, Twitter และ Line ภายใต้หน้าจอขาวดำ (และลด Performance ลงอย่างมาก) เพื่อยืดแบตเตอรี่ให้ใช้งานนานขึ้น Samsung เคลมว่า 10% สามารถใช้งานได้ถึง 1 วัน อย่างไรก็ดี การใช้งานจริงอาจไม่ถึง แต่จะมีข้อมูลบอกครับว่าแบตเหลือเท่านี้ จะใช้งานได้อีกนานเท่าไหร่ เหมาะกับเวลาที่คุณลืมชาร์จแบตออกจากบ้าน แบตสำรองก็ไม่มี ตามนั้นเลย

วิดิโอรีวิว

สรุป

Galaxy S5 มีการพัฒนาจาก Galaxy S4 หลายด้านครับ ส่วนตัวที่ประทับใจมากสุดคงไม่พ้น ‘กล้อง’ เรียกว่ายกเครื่องใหม่หมด ส่วนหน้าจอแม้จะความละเอียดเท่าเดิม แต่ใสขึ้น-คมชัดกว่าเดิม, แบตเตอรี่อึดขึ้นจากระบบ Power Management ภายใน + Ultra Power Saving Mode ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน นอกจากนี้มีเรื่อง Heart Rate Sensor ที่ชาวบ้านไม่มี การรองรับ S Health ร่วมกับ Gear 2, Gear Fit สำหรับการออกกำลังกาย และสามารถกันน้ำ กันฝุ่นภายใต้มาตรฐาน IP57 ถึงจะไม่ใช่ของใหม่บนมือถือ แต่มีไว้ก็ดีกว่าไม่มี

ด้านซอฟท์แวร์บน Galaxy S5 ปรับทั้งอินเตอร์เฟส ทำงานเร็วขึ้น เรียบง่ายลงตัว ฟีเจอร์จิปาถะยังมีเหมือนเดิมครับ แต่ถูกซ่อน – ปิดเอาไว้ (เช่น Air View, Multi-Window ฯลฯ) ทั้งนี้เรื่อง Fingerprint Scan หรือสแกนลายนิ้วมือ เชื่อเหอะว่าเหมือน iPhone 5s คือไม่ค่อยมีใครใช้ เพราะยุ่งยาก + ไม่จำเป็น และการสแกนนิ้วจ่ายตังด้วย Paypal ในบ้านเรายังไม่รองรับอีกต่างหาก

20140412_135947

หลายคนอาจเบื่อดีไซน์ของ Galaxy S5 เพราะไม่ต่างจากรุ่นอื่นๆ เท่าไหร่ เรื่องฟิลลิ่งสัมผัสดีขึ้นครับ แต่ยังสู้ HTC One M8 ไม่ได้อยู่ดี (พี่แกเล่นโลหะทั้งตัวเลย) รวมถึงราคาเปิดตัวที่มองว่าค่อนข้างสูง หากเทียบกับสมาร์ทโฟน Flagship หลายตัวที่พยายามเปิดตัวไม่เกิน 22,900 บาท ต้องยอมรับว่ามีการปรับ Hardware หลายตัวบน Galaxy S5 รวมถึงการรองรับ 4G LTE ตรงนี้อยู่ที่คุณแล้วว่าจะใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ ?

ปล. ส่วนตัวยังคงใช้ Galaxy Note 3 ต่อไป หากคุณใช้รุ่น 4G LTE แล้ว ไม่จำเป็นต้องย้ายไปเล่น GS5 ก็ได้

Samsung Galaxy S5 จะเริ่มวางจำหน่ายก่อนช่วงสงกรานต์ สนนราคา 23,800 บาท (4G LTE ความจุ 16GB) มีให่เลือก 3 สี (Black, White, Blue) ส่วนสี Copper Gold จะเข้าช่วงเดือนพฤษภาคมจ้า


Comments

comments

Powered by Facebook Comments