[ Review ] : Nokia Asha 503 – คริสตัลดีไซน์



ฟีเจอร์โฟนเป็นมือถือได้รับความนิยมอย่างยาวนานครับ เพราะใช้งานง่าย ไม่มีพิธีรีตองหรือกลไกอะไรซับซ้อนมากนัก แม้ว่าปัจจุบันจะมีการปรับปรุงเพิ่มฟีเจอร์การใช้งาน การเชื่อมต่อ หรือลงแอปพลิเคชั่นเสริมเทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนก็ตาม สำหรับ Asha Series ของ Nokia ยังคงเกาะกระแสสมาร์ทโฟน ด้วยฟังก์ชั่นครบเครื่อง + โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค + ใช้งานง่าย และราคาไม่แพง อาจไม่ง่ายนักท่ามกลางสงคราม Android ที่นับวันจะราคาถูกลงทุกที แต่หลายคนก็ยังชอบสไตล์ Nokia Asha ครับ วันนี้มีรุ่นใหม่ล่าสุดมานำเสนอกัน ก่อนจะพบกับ Nokia X สมาร์ทโฟนสุดฮอตที่เป็นข่าวดังในต่างประเทศเร็วๆ นี้

nokia_asha_502_group

Nokia Asha 503

ท่ามกลางสงครามสมาร์ทโฟน Android สุดร้อนแรงของหลายแบรนด์ Nokia (น่าจะ)เป็นรายเดียวที่ฝ่ากระแสด้วย Asha Series รุ่นล่าสุด – Asha 500, Asha 503 พร้อมการออกแบบบอดี้เปรียบเสมือนมีกรอบคริสตัลล้อมรอบ เพิ่มความหรูหรา อัพฟีเจอร์เพิ่มเล็กน้อย สำหรับ Asha 503 เป็นตัวท็อปของ Asha Series ปัจจุบัน รองรับ 3G WiFi และใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ Dual-Standby พร้อมบริการ / พรีโหลดแอพฯ จาก Nokia เรียกว่าใส่ซิมเปิดเครื่อง ล็อกอินใช้งานได้เลย

IMG_1171 IMG_1194

แกะกล่อง

Asha 503 มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์กล่องสีน้ำเงินตามแบบที่คุ้นเคย ภายในมีออุปกรณ์ให้ดังนี้ครับ หูฟัง, คู่มือการใช้งาน, แบตเตอรี่, คู่มือการใช้งาน และวอลชาร์จ ส่วนสาย MicroUSB ใช้ของรุ่น-แบรนด์อื่นได้ มาตรฐานเดียวกัน

คุณสมบัติเด่น

– ขนาด 102.6 x 60.6 x 12.7 มิลลิเมตร , น้ำหนัก 111.4 กรัม
– รองรับคลื่นความถี่ 3G 900/2100 MHz , ใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-Standby)
– หน้าจอ TFT-LCD ขนาด 3.0 นิ้ว (ความละเอียด 240×320 พิคเซล), กระจก Gorilla Glass
– ชิปประมวลผล 1GHz , แรม 64MB
– ระบบปฏิบัติการ Nokia S40 (Asha 1.1)
– เมมโมรี่ภายใน 512MB , เพิ่ม MicroSD สูงสุด 32GB
– เชื่อมต่อ WiFi (802.11 b/g/n), บลูทูธ 3.0
– กล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซล , บันทึกวิดิโอ 640×480 พิคเซล
– แบตเตอรี่ 1200 mAh

Crystal Design

ภาพรวมการออกแบบบอดี้คล้ายรุ่นก่อนหน้า (Asha 501) คือทรงบาร์สี่เหลี่ยม แต่สำหรับ Asha 503 (และ Asha 500) คล้ายกับนำเคสใสมาสวมทับอีกชั้นนึง ทำให้ดูสวยงาม หรูหราขึ้นครับ แต่มีข้อเสียคือเป็นรอยง่ายมาก เพราะผิวกลอสเงาทั้งตัว หน้าจอทัช 3.0 นิ้ว กระจกพาเนลโค้ง พร้อมปุ่ม Home ด้านล่าง ส่วนปุ่มกด – พอร์ทเชื่อมต่อต่างๆ อยู่โดยรอบบอดี้ทั้ง Volume Power หูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และ MicroUSB

ด้านงานประกอบของรุ่นนี้ค่อนข้างดีครับ ภายใต้ฝาหลังจะพบกับช่องใส่แบตเตอรี่ ซิมการ์ด และ MicroSD ทั้งนี้ทาง Nokia น่าจะมีฝาหลังขายแยกตาม Shop สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนฝาหลังเป็นสีสันอื่นๆ นอกเหนือจากของเดิม

Software & Video Review

ถ้าเคยจับ Asha 501 มาก่อนหน้าจะพบว่า Asha 503 ไม่แตกต่างจากตัวเดิมครับ ใช้โอเอส Nokia S40 ครอบด้วย Asha UI 1.1 ควบคุมด้วยการสัมผัส-Swipe เมนูการใช้งานไม่ซับซ้อนมากนัก มีแถบเมนูลัดสำหรับเปิด/ปิด WiFi, Mobile Data, Bluetooth ฯลฯ สามารถเปลี่ยนวอลเปเปอร์ได้ทั้งหน้า Lockscreen-Homescreen และ Fastlane ติดตามอัพเดทแอปพลิเคชั่น ข้อความ โซเชี่ยลแบบเรียลไทม์ ที่น่าสนใจคือมีฟีเจอร์ Screen Double Tap ด้วย เป็นการแตะจอ 2 ครั้งเพื่อ Wake Up นั่นเอง

แอปพลิเคชั่นเสริมบน Nokia Asha มีเยอะพอสมควร โดยเฉพาะ Social App มาหมดทั้ง Twitter, Facebook, Whatsapp, Line ฯลฯ ทั้งนี้ฟีเจอร์ใช้งานอาจจะไม่เยอะเท่าบน Android, iOS แต่ก็พอใช้แชทได้สบายๆ ส่วนเกมมีเกมดังๆ ลงเพียบทั้ง Fifa 13, Dungeon Hunter 3, Asphalt 7-8, Plants & Zombies ฯลฯ เอาไว้เล่นขำๆ ไม่ซีเรียสเรื่องคุณภาพกราฟฟิค มากนัก

ด้านกล้องใส่มาให้ที่ 5 ล้านพิคเซล มีเอฟเฟคให้ปรับแต่งนิดหน่อย ทั้งนี้ไม่มีออโต้โฟกัสครับ แตะจอแล้วถ่ายเลย อัดวิดิโอได้ความละเอียด 640×480 พิคเซล เพียงพอกับใช้แชร์ลง Social ส่วนมัลติมีเดียก็มีเครื่อ
เล่นเพลง วิทยุ อัดเสียง เครื่องเล่นวิดิโอตามมาตรฐาน อย่างไรก็ดี ถ้าอยากดู Youtube ต้องไปเปิดบน Browser แทนครับ ก็ดูได้ตามปกติ

IMG_1201

สรุป

ส่วนตัวให้ความเห็นว่า Asha 503 คือสมาร์ทฟีเจอร์โฟน ทำอะไรได้เหมือนสมาร์ทโฟน(เกือบ)ทุกอย่าง แต่ความสามารถยังห่างไกลจากมือถือ Android อีกมาก แต่ก็เป็นข้อดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความง่าย ไม่ซับซ้อน ขี้เกียจแก้ปัญหา เพราะมันใช้ไม่ยากอย่างที่คิด นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อพิ้นฐานครบ ใส่ซิมใช้ 3G (และใส่ได้ 2 ซิมสำหรับรุ่น 2 ซิม), WiFi แชทโซเชี่ยล เล่นเกม ถ่ายภาพผ่านกล้อง 5MP และแบตเตอรี่อึดพอใช้งานข้ามแบบสบายๆ

ทั้งนี้ Nokia Asha กำลังเผชิญกับคู่แข่ง นั่นก็คือกองทัพ Android ระดับ Entry-Level ที่มีราคาถูกลงอย่างรวดเร็ว จากปีก่อน 3,000 บาท ปัจจุบัน 1,990 บาทก็เป็นเจ้าของได้แล้ว ความสามารถต่างๆ เหนือกว่าชัดเจน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหันไปเล่นสมาร์ทโฟน Android กันหมด และคาดว่าจะกลืนตลาดฟีเจอร์โฟนในอีกไม่นานครับ

IMG_1210

Pros

– ดีไซน์แปลกตา จับถือพอดีมือ
– ใช้งานง่านบน Asha UI
– แอปพลิเคชั่นพื้นฐานพรีโหลดมาครบ
– รองรับ 3G, 1-2 ซิม, WiFi
– แบตเตอรี่ใช้งานได้ 2 วันสบายๆ
– เปลี่ยนฝาหลังได้หลายสี

Cons

– มือถือ Android คือคู่แข่ง
– หน้าจอความละเอียดค่อนข้างต่ำ
– การทำงานไม่ลื่นนัก มีหน่วงพอสมควร
– ราคาสูงเมื่อเทียบกับสเปคภายใน

สำหรับ Nokia Asha 503 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 2,990 บาท (1 ซิม) และ 3,090 บาท (2 ซิม) มีให้เลือก 6 สีสันครับ รองรับ 3G 900/2100 MHz ส่วนจะถูกใจคุณหรือไม่ต้องลองหาเครื่องจริงเล่นได้ตาม Shop จ้า


Comments

comments

Powered by Facebook Comments