[ Review ] : HTC One X – Xtreme . Xotic . Xperience



  ปีนี้ HTC มาแบบม้ามืดอย่างแท้จริง หลังซบเซาไปตั้งแต่ปลายปี 2011 (จะเห็นว่า Sensation XE, XL, Rhyme นิ่งมาก !) กลับมาปี 2012 นี้ HTC เริ่มด้วยการเปิดตัว “HTC One” สมาร์ทโฟนซีรี่ส์ใหม่ในงาน MWC2012 ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มาพร้อมกับสเปคเร็วแรง บางเฉียบ และครอบคลุมตั้งแต่ Mid-Range ยัน High-End ในขณะที่ยังคงดีไซน์ – การออกแบบสไตล์ HTC ได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

  ล่าสุด 3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก HTC – One X, One S, One V พร้อมวางจำหน่ายแล้วในยุโรป – เอเชีย (One S วางขายเพียงบางประเทศเท่านั้น จากปัญหาการผลิตชิป Snapdragon S4) ครับ ดีเดย์ 2 เมษายน ซึ่งในบ้านเราประเดิมด้วย One X, One V สนนราคา 21,900 และ 9,900 บาทตามลำดับ สำหรับวันนี้ผมมี(พ)รีวิว One X มาให้ชมกันก่อนใคร แน่นอนว่าเป็น Commercial Unit ไปซื้อแล้วต้องได้แบบตามภาพนะครับ : )

HTC One X (S720E)

เมื่อปลายปีที่แล้ว HTC ค่อนข้างหมดมุกกับสมาร์ทโฟนพอตัวครับ เห็นได้จากตระกูล Sensation XE, XL ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ แม้ว่าจะชูโรงด้วย Beats Audio (พร้อมหูฟังสมอลทอล์คโคตร Unique) ก็ตาม อย่างไรก็ดี HTC ยุคปี 2012 กลับมาครั้งนี้ถือว่าทำการบ้านมาดีใช้ได้ ด้วยการเปิดตัว “HTC One” และวางจำหน่ายอย่างรวดเร็ว (แถมไม่ต้องจองด้วย !) สำหรับ One X เป็นรุ่น Flagship ของแบรนด์ มาพร้อมกับหน้าจอ S-LCD HD 4.7 นิ้ว, ดีไซน์โค้ง บอดี้วัสดุโพลี่คาร์บอเน็ต ที่น่าสนใจคือ ติดซีพียู Quad-Core(Tegra 3) และกล้อง 8MP+F/2.0 Aperture + ImageSense เชื่อว่าระบบกล้องดีที่สุดในท้องตลาดแล้ว ณ ตอนนี้ ฯลฯ ซึ่งจะได้พบในรีวิวตัวเต็มครับ .. ส่วนสเปคอื่นๆ ดูได้จากด้านล่าง

คุณสมบัติเด่น

– ขนาด 134.4 x 69.9 x 8.9 มิลลิเมตร , น้ำหนัก 130 กรัม
– รองรับคลื่นความถี่ GSM Quadband (850/900/1800/1900 MHz)
– รองรับคลื่นความถี่ 3G HSPA+ 21 Mbps (850/900/1900/2100 MHz)
– หน้าจอ Super-IPS LCD 4.7 นิ้ว (ความละเอียด 1280?720 พิคเซล) , รองรับมัลติทัช 10 จุด, กระจก Gorilla Glass 2
– บอดี้ Polycarbonate Unibody, MicroHole กันเหงื่อเข้าซึม (ลำโพงสนทนา – ลำโพงหลัก)
– เซ็นเซอร์หมุนหน้าจอ (Accelerometer), ตรวจจับการเคลื่อนไหว 3 แกน (3-Axis Gyroscope), ปิดหน้าจออัตโนมัติ (Proximity Sensor)
– ชิปซีพียู Nvidia Tegra 3 (Quad-Core) 1.5GHz , แรม 1GB (เหลือใช้งานจริง 751MB)
– เมมโมรี่ภายใน 32GB (พร้อม Dropbox ฟรี 23GB)
– ระบบปฏิบัติการ Android 4.0.3 พร้อม Sense UI 4.0
– เครื่องเล่นเพลง, วิดิโอ MP4-DivX-XviD (HD1080p) , เชื่อมต่อ MHL Adapter + MediaLink HD
– รองรับการเชื่อมต่อ WiFi (802.11 b/g/n) + WiFi Hot-Spot, บลูทูธ 4.0, NFC
– เบราเซอร์รองรับ Adobe Flash 11.1, HTML5
– กล้องความละเอียด 8.0 ล้านพิคเซล (+AF, TF, Continuous Focus) เซ็นเซอร์ BSI + ImageSense พร้อมแฟลช LED , บันทึกวิดิโอความละเอียด HD1080p (30 เฟรมต่อวินาที)
– กล้องหน้า 1.3MP , บันทึกวิดิโอ HD720p
– ใช้งาน GPS , A-GPS ผ่าน Google Maps , SenseMap (Route66)
– แบตเตอรี่ Li-Polymer 1,800 mAh

แกะกล่อง

เป็นครั้งแรกที่ HTC ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ของตระกูล One Series ใหม่ยกเซ็ท จากเดิมที่ใช้กล่องทรงเหลี่ยม สกรีนลวดลายสวยงาม มาเป็นกล่องกระดาษรีไซเคิลหยาบๆ (หลายคนบอกว่าเหมือนกล่องสบู่ -*-) มีแถบรุ่นสวมทับไว้เท่านั้น ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานให้ครบครับ ตามรายการดังนี้ (Commercial Unit)

– ตัวเครื่อง HTC One X (S720e)
– หูฟังสมอลทอล์ค (Earbud) ไม่ใช่หูฟัง Beats นะครับ
– สาย MicroUSB
– วอลชาร์จ
– คู่มือการใช้งาน
– เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด

ดีไซน์

One X มองยังไงก็คือ HTC ครับ ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ด้านหน้ามีปุ่ม Home-Back-Recent App เป็นแบบ Touch-Sensitive, ลำโพงสนทนารูปแบบ MicroHole ป้องกันเหงื่อซึม (ขณะแนบหูคุย), กล้องหน้า 1.3 ล้านพิคเซล และไฟ Notification ทั้งนี้หน้าจอ 4.7 นิ้วใต้ผิวกระจก Gorilla Glass 2 (ทนทาน-บางกว่าเดิม) ไม่โค้งเว้าจริงๆ แบบ Galaxy Nexus นะครับ แค่ดูหลอกตาเท่านั้นเอง อิอิ แต่ก็ดีตรงที่แปะฟิล์มอะไรได้ง่ายหน่อย : )

ด้านข้างมีพอร์ทเชื่อมต่อ MicroUSB + ปุ่ม Volume , ด้านหัวเครื่องเป็นปุ่ม Power – หูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และถาดใส่ MicroSIM ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เข็มจิ้ม (เหมือน iPhone, iPad) สำหรับด้านหลังเป็นวัสดุ Polycarbonate เหมือน Nokia N9, Lumia 800 ซึ่งทาง HTC บอกว่าเช็ดล้างได้ง่าย ตรงนี้จะมีเลนส์กล้อง 8 ล้านพิคเซล โลโก้ HTC, ช่องเชื่อมต่อ Dock และลำโพงหลัก (MicroHole เหมือนลำโพงสนทนา)

  งานประกอบ HTC One X ทำได้ดีเยี่ยมครับ ส่วนนึงมาจากวัสดุบอดี้แบบ Unibody และไม่มีฝาหลังให้ถอดด้วย หลายท่านที่ได้ตามข่าวงานเปิดตัว (ในไทย) จะเห็นผู้บริหาร HTC ขว้าง ทุ่มโชว์กันสดๆ แล้วหยิบมาใช้งานต่อได้ตามปกติ การันตีเรื่องความทนทานได้เป็นอย่างดี (แต่อย่าไปเลียนแบบนะ :P) .. ด้านขนาดตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ครับ ใหญ่กว่า Galaxy Nexus อีก แต่น้ำหนักถือว่าเบามาก (130 กรัม) จากวัสดุตัวเครื่องนั่นเอง ทำให้การถือจับ พกพาไม่เป็นอุปสรรคเท่าไหร่

วิดิโอรีวิว

สรุป

ผ่านไปเพียง 1 ปี(นิดๆ) เทคโนโลยีต่างๆ บนมือถือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าจะคาดคิดได้ครับ จากเดิมที่ใช้ซีพียู Dual-Core ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ยุคของ Quad-Core 4 แกนแล้วเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “HTC One X” เป็นสมาร์ทโฟนชิป Tegra 3 รุ่นแรกๆ ของโลกที่วางขายอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับหน้าจอ Super-IPS LCD 4.7 นิ้ว แสดงผลคมชัดเทียบชั้น AH-IPS HD ของ LG, บอดี้ Polycarbonate ทนทานขั้นสุดยอด ขว้าง ทุ่ม ขูดขีดไม่เป็นรอย !, กล้อง 8 ล้านพิคเซล + ระบบ ImageSense ประมวลผลภาพชั้นสูง ถ่ายชัตเตอร์ปืนกล 99 ภาพ, ฟิลเตอร์ – ปรับสีแสงได้โดยไม่ต้องลงแอพฯ เพิ่ม และที่สำคัญคือระบบเสียง “Beats Audio” เสมือนจริง แน่นอนครับ .. “HTC One X” คือซูปเปอร์โฟน Android ที่ดีที่สุดในท้องตลาด ณ ขณะนี้แล้ว (ส่วนคู่แข่งเปิดตัวช่วงมิถุนายน – กรกฎาคม 2012)

จุดด้อยของ HTC One X ยังคงมีปัญหากับแอพพลิเคชั่นหลายๆ ตัวที่ไม่รองรับชิป Tegra 3 โดยเฉพาะเกมจาก Gameloft, Instagram ไม่สามารถแชร์รูปได้ ฯลฯ รวมถึงปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ แม้จะมีคอร์ที่ 5 (สำหรับใช้ตอนสแตนด์บาย) แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก และในชุดขายไม่แถมสมอลทอล์ค Beats ให้ อย่าเข้าใจผิดว่าแถมเหมือน Sensation XE นะครับ สำหรับด้านอื่นๆ ถือว่าคงรับกันได้อยู่แล้ว อย่างบัคซอฟท์แวร์ยิบย่อย ฯลฯ ตรงนี้ต้องรอทาง HTC ปล่อย FW อัพเดทต่อไป

HTC One X สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ครับ สนนราคา 21,900 บาท มีให้เลือก 2 สี – ดำ, ขาว ราคาอาจจะสูงไปหน่อย แต่ถ้าคุณชอบ อยากลองอะไรแรงๆ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง !

Strength

– น้ำหนักเบาเหลือเชื่อ 130 กรัม !
– บอดี้ Polycarbonate สุดแข็งแกร่ง , เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย
– หน้าจอ Super-IPS LCD 4.7 นิ้ว ตอบสนองสัมผัสรวดเร็ว แสดงผลคมชัด มุมมองกว้าง สีสันสดใส, กระจก Gorilla Glass 2
– ระบบปฏิบัติการ Android 4.0.3 พร้อม Sense 4.0 UI เวอร์ชั่นล่าสุด
– รองรับ 3G HSPA+ Quadband ใช้งานได้ทุกค่ายในไทย
– เมมโมรี่ภายใน 32GB (เหลือใช้จริง 27GB) + DropBox ฟรีอีก 25GB
– ยูทิลิตี้มหาศาล (เช่น HTC Locations, Car Mode, Polaris Office ฯลฯ)
– รองรับวิดิโอ คอนเทนท์ระดับ HD1080p , สตรีมมิ่งผ่าน MediaLink HD
– กล้อง 8 ล้านพิคเซล F/2.0 Aperture, ระบบ ImageSense ชัตเตอร์ปืนกล-HDR Mode ฯลฯ บันทึกวิดิโอ HD1080p
– ชิปซีพียู Tegra 3 (Quad-Core) 1.5GHz , แรม 1GB
– MicroHole ป้องกันเหงื่อซึมเข้าเคสภายใน
– ระบบเสียง Beats Audio

Weakness

– เพิ่มเมมโมรี่การ์ดภายนอกไม่ได้
– ต้องใช้ MicroSIM เท่านั้น + เปลี่ยนซิมลำบาก(มาก)
– Core สำรอง (5th Core) ของ Tegra 3 เซฟแบตได้น้อยกว่าที่คาด
– มีปัญหากับแอพฯ หลายตัวโดยเฉพาะเกมจาก Gameloft
– ดีไซน์หน้าจอไม่โค้งอย่างแท้จริง
– ชุดขายไม่แถมสมอลทอล์ค Beats มาให้
– ราคาค่อนข้างสูง + เกินความจำเป็นไปหน่อย

HTC One X มีทั้งจุดขายที่ดี และจุดด้อยที่แย่ในตัวเดียวกัน ทั้งนี้ไม่แปลกสำหรับสมาร์ทโฟน Tegra 3 รุ่นบุกเบิกประจำปี 2012 ครับ เรื่องความแรงคงไม่พูดถึงอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือ ด้านการใช้งาน .. คุณจะใช้ฟีเจอร์ต่างๆ บน One X อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดกับเงิน 21,900 บาท ? คำตอบนี้ต้องลองไปค้นหาได้แล้ววันนี้จ้า :D


Comments

comments

Powered by Facebook Comments