[ Review #2 ] : Nokia Asha 305 – สัมผัสใหม่ Asha สองซิมทัชสกรีนสุดคุ้ม



อินเตอร์เฟส

Nokia ได้ดีไซน์อินเตอร์เฟสใหม่ยกแผงสำหรับ “Asha Touch” 3 รุ่นล่าสุดโดยเฉพาะ เพื่อใช้งานทัชสกรีนเต็มรูปแบบยิ่งขึ้น ดังนั้นหน้าตาเมนูอะไรต่างๆ เรียกได้ว่าพลิกโฉมจาก S40 แบบเดิมจนแทบจำไม่ได้ ตั้งแต่หน้า Lockscreen ใช้การลากปาดหน้าจอ (Swipe to Unlock), Homescreen มี 3 หน้าหลัก (Home, Menu, Dialer) และมีแถบ Notification อีกด้วย สังเกตดีๆ จะเห็นว่า Nokia เอา UI หลายตัวบน Nokia N9 (MeeGo) มาปรับใช้บน S40 เยอะทีเดียว การใช้งานอาจจะไม่คุ้นมือในช่วงแรก แต่พอใช้ไปจะคล่องมือเองครับ ยังคงศึกษาได้ง่ายอยู่ เมื่อเทียบกับ Android, iOS

วิดิโอรีวิว

สรุป

Nokia Asha Touch คือก้าวสำคัญของฟีเจอร์โฟนโนเกียครับ ซึ่งภายในมีการปรับปรุงฟีเจอร์ อินเตอร์เฟสต่างๆ ให้ดูทันสมัยน่าใช้งานยิ่งขึ้น ขณะที่ยังคงความง่าย (Simply) ใช้งานสะดวก ไม่ซับซ้อน และมีแอพพลิเคชั่นเสริมต่างๆ ติดตั้งมาให้พร้อม โดยเฉพาะ Social Network อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้า มีทั้ง Nokia Social, Nokia Chat ทำงานแยกกันไปเลย และยังรองรับ 2 ซิม เพื่อการสื่อสารแบบไม่มีสะดุดอีกด้วย นี่คือจุดแข็งของ Nokia มันเป็นโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นมือถือจริงๆ ไม่จำเป็นต้องมีออฟชั่นเสริมอะไรวุ่นวาย เหมาะกับผู้ใช้ทุกระดับ ทุกเพศทุกวัย และเอื้อมถึงง่ายด้วยราคาไม่แพงมากนัก

จุดด้อยของ Asha 305 ที่ไม่ชอบก็คือหน้าจอ Resistive ที่ต้องออกแรงจิ้ม ทำให้การใช้งานไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร, ไม่รองรับการเชื่อมต่อ 3G + WiFi ทุกอย่างต้องโหลดผ่าน Edge ล้วนๆ และแอพฯ เสริมที่เป็น Java ส่วนใหญ่มีความสามารถในตัวน้อย เมื่อเทียบกับแอพฯ บน Symbian, Android

Nokia Asha 305 พร้อมเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ด้วยราคา 2,830 บาท มี 4 สีให้เลือก – Sliver, Blue, Red และ Dark Grey ทั้งนี้คุณสามารถเพิ่มเงินอีกราวๆ 200 บาท จะได้ Asha 306 (ซิมเดียวแต่มี WiFi) ก็ได้เช่นกันครับ

Strength

– หน้าจอ Full Touch 3.0 นิ้ว ไม่มีปุ่มตัวเลขเกะกะ
– อินเตอร์เฟส Asha Touch โฉมใหม่ สมาร์ทใช้งานง่าย
– ซีพียู 1GHz ประมวลผลได้ค่อนข้างเร็ว
– Nokia Social, Nokia Chat แชท อัพเดทครบวงจรในตัวเดียว
– Nokia Store ลงแอพฯ ได้เพียบ
– ฟรีเกม EA ลิขสิทธิ์แท้ 40 เกม (ต้องโหลดภายใน 60 วันหลังซื้อเครื่อง)
– รองรับ 2 ซิมแบบ Dual-Standby + Hot-Swap ซิม 2
– อุปกรณ์เสริมหาซื้อง่าย
– แบตเตอรี่อึด (1110 mAh) ใช้งานได้ 2-3 วันสบายๆ
– เพิ่มเมมโมรี่ภายนอกสูงสุด 32GB

Weakness

– แอพฯ ส่วนใหญ่ความสามารถยังห่างชั้นจาก Android มาก
– ราคาใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟน Android (ที่สเปคโดยรวมดีกว่า)
– หน้าจอ Resistive
– ไม่รองรับ 3G, WiFi
– วัสดุตัวเครื่องเป็นรอยง่าย

ถามว่าฟีเจอร์โฟนจาก Nokia ยังน่าเล่นอยู่มั้ย ? สำหรับ “Asha Touch Series” ตอบว่าทำได้ดีมากครับ ในแง่การใช้งานสะดวกสบาย ไม่ต้องลงอะไรเพิ่มเลยก็ยังได้ แต่เนื่องด้วยสมาร์ทโฟน Android ที่ปัจจุบันราคาลงมาใกล้เคียงกันแล้ว ก็อาจจะทำให้ตัดสินใจยากหน่อย งานนี้แล้วแต่ชอบนะครับ ว่าจะเล่นอะไรยังไง : ))


Comments

comments

Powered by Facebook Comments