[ Review ] : Samsung Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) – วาด เขียน เล่น ในแบบคุณ



หลังวางจำหน่าย Galaxy Note 3 ไปเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนน่าจะได้เป็นเจ้าของไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้หากคุณต้องการแท็บเล็ต Android ที่มีความสามารถในการจดบันทึก วาดภาพ จัดการคอนเทนท์ต่างๆ บนหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว อีกไม่นานเกินรอ เตรียมพบกับ Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) พร้อมคุณสมบัติภายในที่อัพเกรดจากโมเดลแรกหลายประการเช่น

Samsung-Galaxy-Note-10.1-2014-e1378324914509

IMG_8808

WQXGA Screen

หากคุณเคยสัมผัส Galaxy Note 10.1 รุ่นแรก จะพบว่าหน้าจอความละเอียดค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอ 10.1 นิ้ว กลับมาคราวนี้ Samsung จัดหนักกับหน้าจอ Super-LCD ความละเอียด 2560×1600 พิคเซล (WQXGA) – 299 ppi เรียกว่าสู้จอ iPad ได้เลย เหมาะกับใช้งานด้านมัลติมีเดีย สะดวกต่อการแก้ไขงาน วาดภาพ ลงรายละเอียดได้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ขอบหน้าจอ (Bezel) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นข้อดีที่จำทำให้บอดี้เครื่องเล็กลงนั่นเอง

Exynos 5420 SoC & Benchmark

สำหรับโมเดลที่จะวางจำหน่ายในไทยคือ SM-P601 หรือ 3G+WiFi ครับ ใช้ชิปประมวลผล Exynos 5420 (Octa 4+4) ตัวเดียวกับบน Galaxy Note 3 เพียงพอกับการรองรับ Content ความละเอียดสูงกว่า FHD (Playback) รวมถึงเล่นเกมความละเอียดสูง และใช้งานแอพฯ ต่างๆ อย่างไม่มีสะดุด หากนึกไม่ออกลองไปเล่น Galaxy Note 3 ก่อนได้เลย

(สำหรับเวอร์ชั่น Snapdragon 800 ที่รองรับ 4G LTE อาจต้องรอเครื่องนอก ทั้งนี้ตัว Device ไม่รองรับ 4K Recording/Playback ดังนั้นข้อแตกต่างจึงน้อยกว่าบน Galaxy Note 3 ครับ)

Galaxy Note 3 Features

ไม่พลาดที่จะยกฟีเจอร์การใช้งานทั้งหมดบน Galaxy Note 3 มาไว้บน Galaxy Note 10.1 รุ่นใหม่ทั้ง Air Command, My Magazine, Scrapbook, Action Memo, Pen Window ฯลฯ รวมถึงแอพฯ S-Note เวอร์ชั่นใหม่อีกด้วย ทั้งหมดนี้ใช้งานบนหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว แถมความละเอียดสูงขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก ส่วนอื่นๆ ก็มี Multi-Window ที่สามารถ Drag & Drop คอนเทนท์ข้ามแอพฯ ที่รองรับ, SketchBook, KNOX อัพเกรดฟีเจอร์ความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีบริการ Dropbox ฟรี 50GB ให้เช่นเดียวกับโมเดลอื่นๆ

แต่ที่เหนือกว่า Galaxy Note 3 เล็กน้อยก็คือ Premium Apps ที่ติดตัวมาให้ เช่น BusinessWeek, NyTimes, SketchBook+ รวมถึงแอพฯ Twitter โดยทั้งหมดดีไซน์เพื่อใช้งานบน Tablet ได้อย่างเต็มรูปแบบ ถือว่าเป็นความพิเศษที่มีให้เฉพาะ Note 10.1 รุ่นใหม่เลยล่ะครับ

Sleek & Portable Design

Galaxy Note 10.1 รุ่นแรกมีข้อเสียอย่างนึงคือ หนาและหนัก แต่สำหรับ Note 10.1 รุ่นใหม่ Samsung ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น บางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 547 กรัม เบากว่า iPad 4 ซะอีก ด้านการดีไซน์คล้าย Galaxy Tab 3 10.1 ครับ แต่ขอบบอดี้ – ผิวหลังคล้าย Galaxy Note 3 ออกแบบเหมือนสมุดปกหนังนั่นเอง ทำให้รุ่นนี้ให้ความรู้สึกสัมผัสที่ดีขึ้น(มาก) เมื่อเทียบกับ Generation แรก แต่ของสีเงินอาจต้องระวังกันหน่อย เพราะกลัวลอกได้ในระยะยาว ขนาดตัวเครื่องโดยรวมเล็กลง ขอบหน้าจอแคบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนช่องปากกาจะอยู่ด้านมุมขวาบนครับ

งานประกอบตัวเครื่องของ Note 10.1 ดีกว่ารุ่นเดิม เพราะความบางทำให้คอมโพเนนท์ต่างๆ ต้องอัดแน่นในบอดี้ที่มีขนาดจำกัด จับแล้ว Solid ขึ้นกว่าเดิม งานนี้ใครเคยใช้ Note 10.1 โมเดลแรกมาก่อนจะเห็นความแตกต่างชัดเจนครับ ส่วนตัวคิดว่าปรับปรุงมาดีทีเดียว

ปากกา

S-Pen ของ Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) เปลี่ยนตำแหน่งเสียบอยู่ด้านมุมขวาบน เมื่อใช้งานจริงแล้วพบว่าสามารถถอดออกได้สะดวก ขนาดปากกาเรียวขึ้น จับได้พอดีมือ ทั้งนี้คุณยังนำปากกา S-Pen ตั้งแต่ Galaxy Note ตัวแรกมาใช้งานได้อยู่ รวมถึง Bluetooth S-Pen ที่ออกแบบเพื่อใช้งานทั้งโทรออก – จดบันทึกในแท่งเดียวได้เหมือนกัน

กล้อง

แม้กล้องบนแท็บเล็ตจะไม่เน้นมากนัก แต่ Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ก็ติดกล้องความละเอียดสูงที่ 8 ล้านพิคเซล พร้อมออโต้โฟกัส แฟลชแอลอีดี ฟีเจอร์การใช้งานทั่วไปมีพอประมาณครับ ุความเร็วการโฟกัสเร็วขึ้นมาก คุณภาพรูปถ่ายอยู่ในเกณฑ์ดีกว่า Note 10.1 ตัวเดิมเยอะทีเดียว ด้านวิดิโอบันทึกได้ที่ความละเอียด HD1080p ตรงนี้ถึงคุณจะสอยเครื่องหิ้วมาก็ใช้วิดิโอ 4K ไม่ได้นะจ๊ะ

ตัวอย่างภาพถ่าย

IMG_8434

Connectivity

ในภาพจะเป็นการสาธิตการใช้งาน Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ในรูปแบบคล้าย Mobile Office คือนั่งทำงานนอกสถานที่ได้เลย โดยมีเมาส์/คีย์บอร์ดไร้สายเชื่อมต่อ (Bluetooth) รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อหลากหลายครับ แต่ไม่มี NFC (เพราะใช้งานลำบาก เหมาะกับบนมือถือมากกว่า) ด้านการใช้งาน 3G เชื่อมต่อได้ทุกค่าย แต่ไม่รองรับ LTE เช่นเดียวกับ Galaxy Note 3 ที่น่าสนใจคือ “สามารถโทรออกได้” แนะนำให้หาหูฟังบลูทูธมาใช้งานจะดีกว่า

Specifications

– ขนาด 243.1 x 171.4 x 7.9 มิลลิเมตร , น้ำหนัก 547 กรัม
– รองรับ 3G Quadband (42 Mbps) , สามารถโทรออกได้
– หน้าจอ Super-LCD ขนาด 10.1 นิ้ว (ความละเอียด 2560×1600 พิคเซล), รองรับการ Input ด้วย S-Pen
– เมมโมรี่ภายใน 32GB + MicroSD สูงสุด 64GB
– ชิปประมวลผล Exynos 5420 (Quad 1.9+1.3GHz), แรม 3GB
– เชื่อมต่อ WiFi (802.11 b/g/n/ac), BT4.0 + NFC
– ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 + TouchWiz UX
– กล้องความละเอียด 8MP+AF , บันทึกวิดิโอ HD1080p @ 60 fps
– แบตเตอรี่ Li-ion 8220 mAh

IMG_8440

Conclusion

Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) กลายเป็นแท็บเล็ต Android ที่มีความสามารถสูงสุดในตอนนี้ ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ / ฟีเจอร์การใช้งานที่สามารถชนกับ iPad Air ได้สบายๆ แต่จุดประสงค์การใช้งานบน Note 10.1 จะเน้นไปด้าน Productivity มากกว่า Play โดยเฉพาะ S-Note ที่ให้คุณพล็อตกราฟ สร้างตารางได้ง่ายดาย พร้อมจัดการงานเอกสารผ่าน Polaris Office 5 (หรือ Quickoffice) และมีแอพฯ สื่อต่างประเทศให้ติดตามข่าวสารจากทั่วโลกได้ทันที ทั้งนี้ด้านมัลติมีเดียก็เล่นวิดิโอ Full HD ลงเกมได้มากมาย บนหน้าจอความละเอียด 2560×1600 พิคเซล ขอบอกว่าสวย + สว่างจริงๆ ส่วนฟีเจอร์อื่นก็คล้ายคลึงกับบน Galaxy Note 3 ถ้าหากเคยเล่น / สัมผัสมาก่อนคงเดาไม่ยากอยู่แล้ว

IMG_8805

เรื่องวัสดุงานประกอบของ Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ดีขึ้นกว่ารุ่นแรกครับ แต่ขอบเมทัลลิคยังเป็นปัญหาหากคุณไม่ได้ใส่เคส ลอกแน่นอน และลำโพงหลักไม่ค่อยดังเท่าไหร่ (ต้องลดขนาดตามความบางของเครื่อง) อีกเรื่องนึงคือ หากคุณซื้อแท็บเล็ตมาเพื่อเล่นเกม โหลดแอพฯ รัวๆ ตอนนี้ iPad Air ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอยู่ดี ด้วยปริมาณแอพฯ เกม ที่รองรับความละเอียด(สูงกว่า) Full HD มากกว่า แถมน้ำหนักเบากว่าอีกต่างหาก

ทั้งนี้หากคุณหาแท็บเล็ตจอสวย มีปากกา เน้นใช้จดงาน นำเสนองาน วาดภาพ พร้อมฟีเจอร์ด้าน Productivity อื่นๆ … สอยเถอะ  Galaxy Note 10.1 (2014 Edition)

Price & Availability

Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 20,900 บาท มีให้เลือก 2 สีสัน – Black, White รองรับ 3G ทุกเครือข่าย ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ติดตามได้ที่หน้า Shop ตัวแทนจำหน่ายอีกครั้งนึงครับ

IMG_8948

Case & Accessories

ทาง Samsung แจ้งมาว่าจะพยายามจำหน่าย Book Cover (ของแท้) สำหรับ Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ให้ทันช่วง Device วางจำหน่าย ทั้งนี้ผมมี Book Cover + ฟิล์มกันรอยบริการให้ตามลิ้งค์นี้ครับ || Click ||

Comments

comments

Powered by Facebook Comments