[ Review ] : “Line” ม้ามืดมาแรง หรือนี่คือ Whatsapp killer ?



ปัจจุบันการใช้งาน IM+ (Instant Messaging) บน Mobile ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา รวดเร็วทันใจ ประหยัด ขอแค่มีเน็ตใช้ก็พอ สำหรับแอพฯ แนวนี้มีให้เลือกเยอะครับ ส่วนมากจะเป็นพวก Cross-Platform แชทข้ามโอเอสได้เช่น Whatsapp, Spriiing, Skype ฯลฯ แต่ก็มีอีก 1 แอพฯ ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ นั่นก็คือ “Line” นั่นเอง

  Line เป็นแอพฯ Instant Messaging พัฒนาโดย NAVER บริษัทซอฟท์แวร์สัญชาติญี่ปุ่น ปัจจุบันครองอันดับ 1 แอพฯ ฟรีใน Android Market หลายประเทศเช่น สิงคโปร์, ฮ่องกง, ไต้หวัน, มาเลเซีย, ประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง รวมถึงญี่ปุ่นเอง ด้วยยอดดาวน์โหลดเกิน 500,000++ ครั้ง และพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงน่าจับตามองว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาแนวหน้าของแอพฯ แชทชั้นนำได้หรือไม่ ?

คุณสมบัติเด่น

User Interface : ส่วนใหญ่อินเตอร์เฟสแอพฯ พวกนี้จะไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่ แต่สำหรับ Line ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนพื้นหลัง (Background) ได้อย่างอิสระ จะเอารูปตัวเอง รูปแฟน รูปวิว หรือรูปธีมในเครื่องมาใช้ก็ตามใจ แถม UI ส่วนอื่นๆ ก็ยังดูเรียบง่าย ใช้แปปเดียวคล่องละครับ

Instant Messaging : อันนี้น่าจะเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของแอพฯ นี้ สามารถพิมพ์โต้ตอบได้เหมือนกับ Whatsapp ทุกประการ , แนบภาพ – พิกัดที่อยู่, Emoticon น่ารักๆ เพียบ อันหลังนี้น่าสนใจมากครับ ช่วยให้การแชทมีสีสันมากขึ้นเยอะ

Group Chat : จะแชทเป็นกลุ่ม ? Line จัดให้ได้สูงสุดถึง 100 คน/ห้อง พร้อมทั้งยังสามารถแนบภาพ พิกัด Emoticon ได้ตามปกติด้วยนะ

Add Friends : ระบบการแอดเพื่อนมีได้หลายวิธีครับ จะดึงจากใน Contacts ที่มี, สแกน QR ของเพื่อน, พิมพ์หา ID หรือเปิดโหมด Shake เพื่อแอดหากัน งานนี้คงหาเพื่อนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ ไม่ต้องเที่ยวขอเบอร์สาวๆ อีกต่อไปแล้วล่ะครับ อิอิ

Free Voice Call : นอกจากจะสื่อสารผ่าน Text ได้แล้ว นี่คือความสามารถพิเศษของ Line ที่โทรผ่าน online ได้ฟรี ! โดยไม่ต้องกดเบอร์ใดๆ แค่แตะรายชื่อเพื่อนก็เสร็จเรียบร้อย ใช้ได้ทั้งบนระบบ Edge, 3G, WiFi แต่ผมแนะนำให้ใช้ผ่าน 2 อันหลังจะดีกว่าจ้า

Multi-Platform : ตอนนี้ Line มีให้โหลดใช้ฟรีบน Android, iOS ครับ สามารถแชท – โทรข้ามแพลตฟอร์มได้เลย แต่ Blackberry ยังไม่แน่ใจว่า Dev. จะทำออกมาหรือไม่นะครับ

ขั้นตอนการใช้งาน

1. หาแอพฯ มาลงก่อนจ้า ใน Android พิมพ์หาได้เลยใน Market ส่วน iPhone ก็หาใน Appstore ฟรีทั้งคู่ครับ
2. เมื่อกดเข้าแอพฯ ครั้งแรกจะมีให้กรอกเบอร์มือถือ ให้ใส่เป็นแบบ +668xxxxxxxx (เช่น +6684241221x) เพื่อระบบจะทำการ Verified (Register) ให้อัตโนมัติ
3. กรอกชื่อเล่นอะไรก็ได้
4. จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าแรก โดยระบบจะหาเพื่อนให้จาก Contacts อัตโนมัติ (คล้าย Whatsapp)
5. เซ็ท ID, ภาพโปรไฟล์ก่อนครับ ที่หมวด Settings > profiles สำหรับ ID (ให้เพื่อนแอดมาหา) เซ็ทได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะจ๊ะ
6. ในโหมด Settings มีให้ตั้ง Notification ด้วย แนะนำให้ปิดเสียงครับ จะได้ไม่รำคาญด้วย

หาเพื่อนยังไง

1. เริ่มแรกระบบจะดึงจาก Contacts มาให้ (เฉพาะเบอร์โทรที่เล่น Line นะ) แต่เราก็แอดเพิ่มได้เรื่อยๆ ถ้ามีเพื่อนมาสมัครภายหลัง
2. วิธีแอดเพื่อนทำได้ 4 วิธีครับ
– Shake แอดเพื่อน ต้องให้เครื่องชิดๆ กันด้วยนะ
– ดึงจากสมุด Contacts
– สแกน QR Code (ในขณะที่เราสามารถแชร์ QR ให้ชาวบ้านสแกนได้เช่นกัน)
– พิมพ์ ID หาซะ
3. จากนั้นเพื่อนจะแอดเข้าสู่วงศ์ตระกูลโดยอัตโนมัติ (ถ้าเพื่อนรับแอดก็จะโผล่ใน List เค้าด้วย) และก็เริ่มต้นแชทได้แล้วล่ะจ้า
4. สร้าง Group แยกได้นะครับ (แตะที่ icon ขวาบนสุดในหน้า friend) สำหรับใครที่ต้องการแยกเพื่อนเป็นหมวดๆ เพื่อง่ายต่อการคุย

แชท & โทร 

1. วิธีแชทไม่ยาก แตะที่เพื่อนสักคนนึงจะมีเมนู Call / Chat ให้เลือกแชท จะขึ้นหน้าต่างแชทมาให้
2. พิมพ์โต้ตอบกันปกติ จะแนบไฟล์ให้กด + , ใส่ Emotion กดหน้ายิ้ม
3. มุมขวาบนจะมีไอคอน … กดเพื่อ Invite ชาวบ้านเข้ามาสุมหัวคุย หรือลบข้อความในอดีตทิ้งๆ ไปซะ
4. ถ้าต้องการ VoiceCall ให้กดที่รายชื่อเพื่อน (ในหน้า Friend หรือขณะแชทก็ได้) จะมีเมนูให้โทรออก แนะนำให้ใช้เน็ตแรงๆ 3G, WiFi เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี + ไม่ดีเลย์ครับ

สรุป

เท่าที่เห็นผู้ใช้ Whatsapp หลายๆ ท่านที่หันมาทดลองเล่น Line ต่างพอใจกับฟีเจอร์ที่มีบนแอพฯ นี้ โดยเฉพาะระบบการใช้งาน, ระบบ Friend, Voice Call และ UI ที่เข้าใจได้ง่ายมาก ซึ่งผมเองก็ชอบเหมือนกันนะ อย่างไรก็ดี ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่ทาง NAVER ต้องทยอยเสริมทัพกันต่อไปครับ .. รับรองว่างานนี้ Whatsapp ต้องร้อนๆ หนาวๆ บ้างล่ะ เห็นว่าพี่แกเริ่มปล่อยฟรีแล้วซะด้วย

ส่วนกระแสในบ้านเราจะแรงฮิตติดชาร์ทหรือไม่ ? ต้องติดตามกันให้ดีๆ ในช่วงนี้จ้า

Comments

comments

Powered by Facebook Comments