[ Review ] : Samsung Galaxy S4 – เพื่อนคู่ชีวิต



  ปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันไปแล้ว ชนิดว่าถ้าไม่พกออกบ้านเหมือนขาดอะไรไปบางอย่างเลยทีเดียว หลายคนอาจจะใช้สมาร์ทโฟนในหลากหลายฟีเจอร์แตกต่างกันไป บางคนซื้อมาใช้แค่เล่นเกม แชท ถ่ายภาพ เล่นโซเชี่ยลต่างๆ บางคนอาจใช้งานแบบจัดเต็มทุกฟีเจอร์ที่มี ที่แน่ๆ คือ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนปัจจุบันต้องการ Device ที่มีคุณสมบัติดีขึ้น แรงขึ้น สามารถตอบสนองการใช้งานประจำวันได้ตั้งแต่ตื่นนอน ทำงาน กลับบ้าน จนกระทั่งเวลาเข้านอน จึงไม่แปลกที่เราจะแสวงหารุ่นใหม่เสมอ แม้ว่ารุ่นเดิมจะยังใช้งานได้ดีอยู่ก็ตาม : )

DSC_0055

DSC_0056

Samsung Galaxy S4

หากยังจำกันได้ Samsung นำเสนอสุดยอดสมาร์ทโฟนเมื่อช่วงกลางปี 2012 นั่นก็คือ Galaxy S III ปรับการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด โดยยึดหลัก Inspired by Nature ให้เหมาะกับการใช้งานจริงมากขึ้น พร้อมฟีเจอร์ใหม่หลายอย่างเช่น Smart Stay, S Beam ฯลฯ ชิปประมวลผล Quad-Core, หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.8 นิ้ว กล้อง 8 ล้านพิคเซล รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย ฯลฯ อย่างไรก็ดี เมื่อสมาร์ทโฟนตอนนี้เริ่มเข้าสู่ยุค Full HD และเน้น User Experience มากขึ้น ทำให้ Samsung ต้องทำการบ้านเพิ่มเพื่อพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ผู้ใช้สะดวกใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้นอีก จนทำให้เกิด “Galaxy S4” ภาคต่อของ Galaxy S III อัพสเปคยกเครื่องทั้งหน้าจอ Full HD Super-AMOLED ขนาด 4.99 นิ้ว, ครั้งแรกกับชิป Exynos 5 Octa ประมวลผล 4+4 แกน, กล้อง 13 ล้านพิคเซล ลูกเล่นเพียบ เพิ่มแบตเตอรี่เป็น 2600 mAh นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อีกเยอะจริงๆ (คิดว่าใช้ไม่หมดหรอก :p) เอาเป็นว่าอันไหนที่ผมคิดว่าไม่ค่อยได้ใช้กันจะอธิบายคร่าวๆ ละกันเนอะ

คุณสมบัติเด่น

– ขนาด 136.6 x 69.8 x 7.9 มิลลิเมตร , น้ำหนัก 130 กรัม
– รองรับคลื่นความถี่ 3G HSPA+ 850/900/1900/2100 MHz (ความเร็วสูงสุด 42 Mbps)
– หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 4.99 นิ้ว (ความละเอียด 1920×1080 พิคเซล) , กระจก Gorilla Glass 3 รองรับมัลติทัช 10 จุด
– ฟีเจอร์ Air View, Air Gesture, Smart Stay, Rotation-Pause-Scroll
– เมมโมรี่ภายใน 16GB + เพิ่มเมมโมรี่ภายนอก 64GB (MicroSDXC)
– ชิปประมวลผล Samsung Exynos 5410 (Cortex-A15 Quad + Cortex-A7 Quad + PowerVR SGX543MP3) , แรม LP-DDR3 2GB
– ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 + TouchWiz UX
– เชื่อมต่อ WiFi 802.11 b/g/n/a + Dual-Band 2.4/5GHz , WiFi Direct
– รองรับบลูทูธ 4.0+LE, NFC + S Beam
– กล้อง 13 ล้านพิคเซล (+AF, TF, Continuous Focus) แฟลช LED พร้อมฟีเจอร์ Drama Shot, Animated Photo, HDR ฯลฯ
– บันทึกวิดิโอ Full HD1080p (30 fps)
– ระบบเสียง SoundAlive บนเครื่องเล่นเพลง, เครื่องเล่นวิดิโอ รองรับไฟล์ MKV-XviD,Divx ฯลฯ
– แบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 2,600 mAh

IMG_5951

IMG_5952

IMG_5955

IMG_5961

ดีไซน์

การออกแบบของ Galaxy S4 ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการนำ Galaxy S III มาโมหน้าใหม่ มองเผินๆ แล้วไม่ต่างกันมากนัก แต่หลายจุดก็ปรับใหม่จนดูดีขึ้น โดยเฉพาะปุ่ม Home สมส่วนกำลังดี กระจกหน้าจอ (Gorilla Glass 3) ไม่โค้งขอบแล้ว ทำให้แปะฟิล์มง่ายขึ้นหน่อย ผิวด้านหน้าหากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีลวดลาย Texture ด้วยเช่นเดียวกับด้านหลัง ต่างจากรุ่นเดิมที่เรียบง่ายไปหน่อย ตรงนี้ก็แล้วแต่ชอบครับ

IMG_6005

IMG_6001

IMG_5975

IMG_5970

IMG_5968

IMG_5966

ขอบด้านข้างใช้วัสดุเคลือบคล้ายโลหะสีเงิน เรียบตรงไปกับตัวเครื่อง ตัดด้วยขอบโครเมี่ยมทำให้ดูพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น พอร์ทเชื่อมต่อต่างๆ ยังอยู่ที่เดิมครับเช่น MicroUSB ด้านท้าย, หูฟัง 3.5 มิลลิเมตรหัวเครื่อง หรือปุ่ม Power Volume ด้านข้าง สำหรับด้านหลังยังคงเป็น Polycarbonate แน่นอนว่าไม่เรียบแบบ Galaxy S III แล้ว รอบนี้ลวดลายจัดเต็มสุด สะท้อนแสงเด่นทันที สีดำจะเห็นชัดกว่าสีขาวมากครับ ส่วนบนเป็นเลนส์กล้อง 13 ล้านพิคเซล นูนจากตัวเครื่องเพียงเล็กน้อย แฟลช LED ฝาหลังสามารถถอดออกได้ จะพบกับช่องใส่ซิมการ์ด (MicroSIM), เมมโมรี่การ์ด และแบตเตอรี่ 2600 mAh ทั้งนี้หากคุณต้องการใช้งานฟีเจอร์ Wireless Charging ต้องซื้อแท่นชาร์จ พร้อมฝาหลังพิเศษมาเปลี่ยนเอา ตรงนี้ราคายังไม่มีข้อมูลแจ้งมา แต่ก็คงไม่ถูกเท่าไหร่ : )

IMG_6025

IMG_6008

ขนาดของบอดี้ค่อนข้างน่าสนใจตรง Samsung ดีไซน์ให้มีขนาดใกล้เคียงกับ Galaxy S III มากที่สุด แถมน้ำหนักแทบไม่ต่างกัน ความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ 7.9 มิลลิเมตร สามารถจับถือใช้งานมือเดียวได้สบายครับ ด้านงานประกอบดีกว่า Galaxy S III พอตัว ยกเว้นฝาหลังที่ยังเป็นพลาสติก บางคนอาจไม่ชอบเพราะค่อนข้างดูมีราคาถูกเมื่อเทียบกับ HTC One, Xperia Z ที่ใช้บอดี้ดีกว่า

TouchWiz UX

Galaxy S4 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดในตอนนี้ครับ พ่วง TouchWiz UX แบบ Minor Change เปลี่ยนรูปแบบ Settings ใหม่มาเป็นแบบ Tab (สงสัยเมนูแกจะเยอะเกิน) และเพิ่ม Widget ใหม่เข้ามา นอกนั้นคงเดิมครับ สำหรับความ Smooth จัดว่าลื่นหัวแตกเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี User บางส่วนอาจจะมองว่าไม่มีอะไรต่างจากรุ่นเดิมมากนัก ตรงนี้แล้วแต่ชอบละกัน

หน้า Lockscreen มีเอฟเฟคปลดล็อคแบบ Light Effect เพิ่มเข้ามา – เปลี่ยนข้อความแสดงผลได้ใน Lock Screen Settings, Lockscreen Widget เข้าใช้งานแอพฯ ดูการแจ้งเตือน อัพเดทอีเมล ฯลฯ ได้ทันที คล้ายบน Nexus 4 แต่ Samsung ทำให้ใช้งานง่ายขึ้นมาก หากไม่ใช้งานก็สามารถปิดได้เช่นกัน

Screenshot_2013-04-28-23-43-11

Screenshot_2013-04-28-23-44-54

Screenshot_2013-04-28-23-43-54

Galaxy Kids

โดยปกติแล้วคอนเทนท์บนสมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่น มีส่วนน้อยที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ ส่วนของที่มีอยู่นั้นบางทีก็ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ สำหรับบน Galaxy S4 ปัญหาดังกล่าวจะหมดไปด้วยแอพฯ “Galaxy Kids” รวมคอนเทนท์สำหรับเด็กตั้งแต่ 2-8 ขวบ ออกมาในรูปแบบเกมน่ารักๆ ที่สามารถฝึกทักษะการฟัง การเขียน การอ่าน ตามต้องการ มีทั้งแบบฟรี – เสียเงินซื้อเพิ่มครับ ส่วนตัวคิดว่า Galaxy Kid ยังตามหลังกลุ่ม Tablet ป.1 ที่ไม่มีคอนเทนท์ภาษาไทยเลย (Eng อย่างเดียว) หวังว่าอนาคตทาง Samsung จะร่วมมือกับ Local Developer เพื่อนำคอนเทนท์ฝึกทักษะต่างๆ ในแบบภาษาไทยมาลงเยอะๆ ครับ

Group Play

ฟีเจอร์ Group Play จะทำให้สามารถแชร์ Content ต่างๆ จากเครื่อง Host ไปยังเครื่อง Client ในวงได้เลย ด้วยการสตรีมมิ่งผ่าน WiFi-Direct (+เทคโนโลยีเฉพาะของ Samsung) ผู้ใช้สามารถแชร์เพลง – ภาพ – เอกสาร และเกม (ทำเป็น Multiplayer) ส่วนคุณภาพ – จำนวนเครื่องในวงแชร์ก็แล้วแต่ความแรงของ WiFi ณ ตอนนั้นครับ สูงสุด xx เครื่อง ทั้งนี้ข้อจำกัดของ Group Play ก็คือใช้งาน “เฉพาะ Galaxy S4” ด้วยกันเท่านั้น อยากลองก็ต้องหาเพื่อนที่ใช้ GS4 มาล้อมวงนะจ๊ะ

S Translate

วุ้นแปลภาษาของ Samsung รองรับเพียง 9 ภาษา และไม่มีภาษาไทยครับ ตรงนี้ Google Translate ยังคงทำได้ดีกว่า(มาก) อย่างไรก็ดี S Translate มีฟีเจอร์ “Preset Phrases” หรือประโยคที่ใช้บ่อย แบ่งตามสถานการณ์-สถานที่ต่างๆ เช่น เช็คอินในสนามบิน, สอบถามพนักงานในห้างสรรพสินค้า ฯลฯ แถมมีรูปแบบ Voice ด้วย กรณีเราพูดไม่เป็น ตรงนี้แหละเด็ดจริงครับ รองรับ 9 ภาษาหลักเช่นกัน

Screenshot_2013-04-28-20-33-13

Screenshot_2013-04-28-20-33-29

Screenshot_2013-04-28-20-35-33

Story Album

ปัจจุบัน User มักจะถ่ายภาพลง Social ไว้ชมกันส่วนใหญ่ เพราะสะดวก ง่าย และไม่ต้องหาร้านอัดรูปให้วุ่นวาย อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการดูภาพถ่ายในรูปแบบ Album สุดคลาสสิค บน Galaxy S4 ตอบสนองคุณได้ด้วย “Story Album” เป็นการรวมภาพใน Gallery นำเสนอในรูปแบบต่างๆ คล้ายเปิดอัลบั้มรูปถ่ายนั่นเอง มีธีมให้เลือก 6 รูปแบบ ที่น่าสนใจคือ ผู้ใช้สามารถสั่งทำ PhotoBook หรือสมุดภาพจริงๆ ผ่าน Galaxy S4 ได้เลย ขั้นต่ำคือ 10 หน้า (20 ภาพ++) สนนราคาเริ่มต้นราวๆ 300 บาท (5×5 , Softcover) รวมค่าจัดส่งแล้ว ทาง Blurb จะ Shipping แบบธรรมดามาให้ ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เดี๋ยวได้ของจริงแล้วจะนำมาโชว์ให้ชมกันจ้า

Screenshot_2013-04-28-23-58-10

Screenshot_2013-04-28-23-58-19

Screenshot_2013-04-28-23-59-21

WatchOn

มาเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้เป็นรีโมท Universal กันดีกว่ากับ Samsung WatchOn ใช้งานได้กับ TV, Set-top Box ยัน Projector เลยทีเดียว สำหรับทีวีรองรับได้ยันรุ่นเก่า LCD, LED, 3DTV ใช้งานได้ไม่มีปัญหา นอกจากนี้หากมีบริการ Cable TV ที่รองรับจะสามารถดู List รายการต่างๆ ในช่องได้ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าในไทยจะมีรองรับหรือเปล่า (ฝากไปทดสอบกันด้วยนะจ๊ะ)

Screenshot_2013-04-29-00-06-39

Screenshot_2013-04-29-00-06-59

Optical Reader

แอพฯ ตัวนี้มีประโยชน์ตรงที่เป็น QR Reader อ่านพวก Barcode ต่างๆ หรือจะนำไปใช้อ่าน Business Card ไว้บันทึกข้อมูลลงเครื่อง และที่สำคัญคือเป็น Translator แปลภาษาแบบ Real-Time โดยทำงานร่วมกับแอพฯ S Translator ได้อีกต่างหาก เสียดายที่ยังไม่รองรับภาษาไทยครับ คิดว่าแอพฯ นี้คงได้ใช้งานกันบ้างไม่มากก็น้อย

Camera

กล้องบน Galaxy S4 อัดมาเต็มเหนี่ยวที่ 13 ล้านพิคเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.06″ รูรับแสง F/2.2 ความยาวโฟกัส 4 mm. รองรับออโต้โฟกัส ทัชโฟกัส โฟกัสต่อเนื่อง และ Zero-Shutter Lag เหมือนเดิม ปรับอินเตอร์เฟสคล้ายกับ Galaxy Camera พอสมควร โดยเฉพาะเมนูโหมดต่างๆ ฟีเจอร์เด่นของกล้อง Galaxy S4 มีหลายตัวให้เลือกใช้ตามสถานการณ์ต่างๆ เช่น

Erasor Shot – ลบวัตถุแปลกปลอมเพื่อให้ได้ภาพสมบูรณ์ที่สุด เหมาะกับถ่ายภาพในสถานท่องเที่ยวต่างๆ ที่คนพลุกพล่าน
Animated Photo – บันทึกภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ สามารถเลือกส่วนที่ต้องการให้เคลื่อนไหว (คล้าย Cinemagraph) และตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกได้
Sound & Shot – ถ่ายภาพแล้วบันทึกเสียง 9 วินาที โดยเสียงจะแสดงเฉพาะบน Galaxy S4 เท่านั้น แต่สามารถส่งภาพไปยัง Device อื่นได้ตามปกติ
Dual Camera – ถ่ายภาพ วิดิโอพร้อมกันจากทั้งกล้องหน้า+กล้องหลัง สามารถเปลี่ยนกรอบกล้องหน้าได้
Drama Shot – ถ่ายภาพแบบเคลื่อนไหวหลายจังหวะได้ ด้วยการ Burst Shot และทำการปรับแต่งทันที เหมาะกับถ่ายในที่โล่งมากมากว่า

ส่วนวิดิโอสามารถบันทึกได้ที่ความละเอียด Full HD 1080p เช่นเดิม (17 Mbps) ระบบเสียงสเตอริโอ 128 Kbps โดยรวมแล้วใช้ได้ดีครับ ลองชมตัวอย่างภาพถ่าย-วิดิโอด้านล่าง เยอะจริงๆ

ตัวอย่างภาพถ่าย (คลิกภาพเพื่อชมรูปเต็ม 13MP)

Screenshot_2013-04-26-00-37-07

Screenshot_2013-04-26-16-47-26

Benchmark

สำหรับโมเดล Galaxy S4 ที่วางจำหน่ายในไทยคือ GT-I9500 ใช้ชิป Exynos 5410 ครับ ซึ่งผลทดสอบ Benchmark จากหลายสำนักออกมาตรงกันคือ “แรงที่สุด” ในขณะนี้ ด้วยคะแนน Quadrant ทะลุ 12000+, AnTuTu เกิน 25000+ รวมถึงผลเทสจากแอพฯ อื่นๆ ตามภาพ ทั้งนี้การใช้งานจริงคงไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ เพราะแอพฯ ส่วนมากใช้ทรัพยากรไม่เยอะมากนักครับ

วิดิโอรีวิว

IMG_6008

สรุป

ณ ตอนนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า Galaxy S4 คือสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโอเอส Android สามารถตอบสนองการใช้งานได้ครบถ้วนทั้งด้านมัลติมีเดีย ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพ การเชื่อมต่อระดับสูง ออฟชั่นเสริมอย่าง Smart Gesture ฯลฯ จนถึงด้านสุขภาพ เรียกว่าถือเครื่องเดียวแทบจะใช้งานได้ทุกอย่าง เรื่องความแรงไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะเกินความต้องการใช้ไปมากแล้ว อีกเรื่องนึงที่ถือว่ามีพัฒนาการจาก Galaxy S III คือด้านการออกแบบ งานประกอบ วัสดุดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมขนาดตัวเครื่อง-น้ำหนักแทบไม่ต่างจากเดิม แม้หน้าจอจะขยายเป็น 5 นิ้วก็ตาม แน่นอนว่าสามารถหาอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้ง่ายครับ เช่นเดียวกับ Samsung หลายรุ่นที่เรียกว่ามีให้เลือกเยอะไม่แพ้ iPhone เลยทีเดียว

ทั้งนี้ฟีเจอร์สารพัดอย่างบน Galaxy S4 หลายตัวเป็นเพียงลูกเล่นเก๋ๆ แต่ได้ใช้งานเพียงน้อยครั้งเช่น Smart Scroll, Air Gesture, Air View ฯลฯ รวมถึงความแปลกใหม่ในด้านดีไซน์ – User Experience บางคนอาจจะเบื่อ เพราะไม่เปลี่ยนแปลงมากเหมือนตอน Galaxy S2 > Galaxy S3 ที่สำคัญคือวัสดุโดยรวมยังเป็นพลาสติก (Polycarbonate) เทียบกับโลหะ Unibody บน HTC One อย่างไรก็ดี ตอนนี้ก็มีทางเลือก Flagship ให้เลือกหลายรุ่นเช่น Sony Xperia Z, HTC One แม้กระทั่ง iPhone 5 ยังคงซื้อใช้งานได้อยู่ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะเลือกอะไรเท่านั้นเอง

หากคุณสนใจเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy S4 สนนราคาที่ 21,900 บาท มีให้เลือก 2 สีคือ White Frost, Black Mist วางจำหน่ายเวอร์ชั่นเดียว (GT-I9500) รองรับ 3G ทุกเครือข่าย แต่ไม่รองรับ 4G LTE ไว้เจอกัน 3 พฤษภาคมนี้แน่นอน ! : )

IMG_5963

Pros

– งานประกอบดีขึ้นจาก Galaxy S III
– สามารถถือใช้งานมือเดียวได้ (One-Handed Operation) , น้ำหนักแค่ 132 กรัม
– หน้าจอ FHD Super AMOLED สีสันจัดจ้าน ตอบสนองสัมผัสดีมาก (ใส่ถุงมือจิ้มจอได้)
– ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 เวอร์ชั่นล่าสุด + TouchWiz UX ลื่นหัวแตก
– ชิปประมวลผล Exynos 5 Octa สะใจในความแรง
– กล้อง 13 ล้านพิคเซล พร้อมลูกเล่นเก๋ๆ เช่น Eraser Shot, Dual-Camera ฯลฯ
– S Health วัดปริมาณแคลอรี่ ควบคุมการออกกำลังกาย วัดอุณหภูมิ-ความชื้นได้
– WatchOn เปลี่ยนมือถือเป็นรีโมทควบคุม TV, แอร์, กล่อง ฯลฯ
– ฟีเจอร์ตระกูล Air Gesture, Motion และ Smart ต่างๆ พอใช้ได้ในบางสถานการณ์
– เครื่องเล่นวิดิโอรองรับประเภทไฟล์ Codec หลากหลาย ความละเอียด HD1080p
– ระบบเสียง SoundAlive + ชิปเสียงจาก Wolfson (เฉพาะโมเดล GT-I9500)
– เมมโมรี่ภายใน 16GB + เพิ่ม MicroSD สูงสุด 64GB
– หาอุปกรณ์เสริมง่ายมากๆ

Cons

– วัสดุพลาสติกทั้งตัวต่างจาก HTC One โดยสิ้นเชิง
– กล้องวิดิโอคุณภาพดรอปจาก Galaxy S III เล็กน้อย
– ไม่รองรับ 4G LTE (ยืนยันแล้ว)
– ฟีเจอร์ Smart, Air Gesture ไม่จำเป็นในการใช้งานจริง (ปิดไปก็ไม่มีผลอะไร)
– S Health จำเป็นต้องใช้ S Band, HRM และ Body Scale เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
– ไม่มีวิทยุ FM
– คอนเทนท์บน Galaxy Showtime แพงมาก !
– S Translator ไม่รองรับการแปลเป็นไทย (ณ ตอนนี้)

อุปกรณ์เสริม

– Flip Cover
– S View Cover
– S Band
– HRM
– Body Scale
– Battery Kit
– Wireless Charging Pad (Qi)
– Gaming Pad
– Protective Cover+
– Pouch

Comments

comments

Powered by Facebook Comments