[ Software ] : LG P705 Optimus L7 – สุนทรียภาพแห่งดีไซน์ พร้อมฟีเจอร์สุดคุ้ม



  หลังจากดูพรีวิวในส่วนของหน้าตา สเปคของ “Optimus L7” ไปแล้ว วันนี้มาชมในส่วนของซอฟท์แวร์ครับ เป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.0.3 พร้อมอินเตอร์เฟสใหม่ล่าสุด Optimus 3.0 UI จะเป็นยังไงบ้าง ? ต้องติดตามจ้า

ซอฟท์แวร์

Optimus L7 คือรุ่นแรกที่มาพร้อมกับ Android 4.0.3 และ Optimus UI 3.0 เวอร์ชั่นล่าสุด เปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชั่นก่อน (Optimus 2.0 UI) อย่างเห็นได้ชัด ทั้งหน้า Lockscreen มีช๊อทคัทแอพฯ ลากปลดล็อคได้ตามสะดวก , หน้า Homescreen เพิ่มได้สูงสุด 5 หน้า ส่วนหน้าเมนูจัดเรียงไอคอนแบบ Grid 4×5 แบ่งแอพฯ ดาวน์โหลดต่างหาก สามารถปรับขนาด Font ได้ด้วยนะครับ หากคุณคิดว่ามันเล็กไป สำหรับเมนูด้านใน อาจจะแตกต่างจาก Android 2.3 มากพอตัว แต่เชื่อว่าปรับตัวไม่ยาก หากคุณเคยใช้ Android มาก่อน

หน้าจอ

เช่นเดียวกับ Optimus Black รุ่นพี่ครับ สำหรับ Optimus L7 โดดเด่นด้วยหน้าจอ Nove IPS Display 4.3 นิ้ว ความละเอียด 800×480 พิคเซล แสดงผลได้ค่อนข้างคมชัด สีสันไม่จัดจ้านเกินไป ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 450 Nits สว่างเพียงพอใช้งานในกลางแจ้ง ประหยัดพลังงานกว่าปกติ รองรับ Multi-Touch ได้ 5 จุดด้วยกัน ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่สุดในระดับราคาเดียวกัน จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการชมวิดิโอ หน้าเว็บเป็นพิเศษครับ

Connectivity

เรื่องการเชื่อมต่อบน Optimus L7 รองรับ 3G แบ่งคลื่นครับ (850/2100 MHz – P705F , 900/2100 MHz – P705) ตรงนี้ใครใช้เครือข่ายไหนเป็นหลักก็เลือกให้ดีๆ , เชื่อมต่อ WiFi 802.11 b/g/n ใช้งานเป็น HotSpot แชร์เน็ตให้เครื่องอื่นๆ ได้ ที่น่าสนใจคือ ระบบ WiFi Direct แชร์ไฟล์ข้ามเครื่องได้เร็วสะใจ (ประมาณ 3 MB/วินาที) ใช้แทน Bluetooth สบายๆ และยังพุชมีเดียขึ้น Smart TV ผ่าน DLNA ได้อีก

Multimedia

การใช้งานมัลติมีเดียแบบ LG Optimus L7 รองรับทั้ง MP3 เครื่องเล่นเพลงสามารถปรับ Equalizer, วิทยุ FM (ต้องเสียบหูฟังก่อน), เครื่องเล่นวิดิโอ MP4 – 3GP รองรับไฟล์ความละเอียด 800×480 พิคเซล (เสียดายไม่รองรับ HD720p ด้วยข้อจำกัดของชิปเซ็ต) นอกจากนี้สามารถชม Youtube อัดเสียงได้ตามปกติ ซึ่งก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปครับ

Social

แตกต่างจากบน Optimus Series รุ่นอื่นๆ ครับ รุ่นนี้ไม่ได้ใส่ Social+ มาให้แล้ว แต่ผู้ใช้สามารถเล่น Twitter, Facebook ฯลฯ ผ่านแอพฯ 3rd Party โหลดเพิ่มเติมจาก Google Play จากการทดสอบใช้งาน Whatsapp, Line, Skype, Google+, Instagram ฯลฯ ไม่มีปัญหาการใช้งานครับ งานนี้ใครเล่น Social Network หนักๆ รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

Camera

น่าจะเป็นมาตรฐานไปแล้วกับกล้องความละเอียด 5 ล้านพิคเซลบนสมาร์ทโฟน Android ระดับกลาง เช่นเดียวกับ Optimus L7 ติดกล้องมาให้ 5 ล้านพิคเซล พร้อมออโต้โฟกัส, โฟกัสต่อเนื่อง และทัชโฟกัส + แฟลช LED ไม่มี Zero-Shutter Lag ครับ ดีเลย์เล็กน้อยหลังถ่ายเสร็จ ฟีเจอร์ปรับแต่งมีไม่มา ถ้าต้องการใช้ฟีเจอร์แต่งภาพโหดๆ หน่อย ลองหาแอพฯ พวก Cymera, Line Camera ใช้งานได้เลย

วิดิโอบันทึกได้ความละเอียดสูงสุด 640×480 พิคเซลครับ (เสียดายที่บันทึก HD720p แบบ Optimus Black ไม่ได้) พร้อม Continuous Focus ถ่ายได้ทุกระยะที่ต้องการ สำหรับตัวอย่างภาพถ่ายชมได้จากด้านล่างจ้า

Utility

เป็นอีกรุ่นที่มียูทิลิตี้ติดเครื่องมาให้เยอะพอตัวเช่น File Manager (โปรแกรมจัดการไฟล์), RemoteCall (พนักงาน Remote Access แก้ปัญหาตัวเครื่องจากระยะไกล), SmartShare (พุชคอนเทนท์ขึ้น Smart TV ผ่าน DLNA), Polaris Office (โปรแกรม Office), LG SmartWorld (แหล่งโหลดแอพฯ ธีมของ LG โดยเฉพาะ) และเร็วๆ นี้จะมีฟีเจอร์ “Quick Memo” จดบันทึกได้แบบเดียวกับ Galaxy Note ให้ใช้งานกันด้วย ! ต้องรออัพเดทใน FW ต่อ ไป

Browser

เบราเซอร์ทำงานได้ค่อนข้างดีครับ ด้วยอานิสงส์ของโอเอส Ice Cream Sandwich รองรับการแสดงผล Flash 11.3, HTML5 ทำให้เข้าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ได้สบายๆ อย่างไรก็ดี จากซีพียูรุ่นนี้ที่ค่อนข้างช้าเล็กน้อย ทำให้การโหลด/Scroll หน้าเว็บอาจจะหน่วงๆ นิดนึง แต่โดยรวมแล้วก็ใช้งานได้โอเคทีเดียว

Benchmark

อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่า Optimus L7 ไม่ได้เน้นความเร็วแรง สปีดมหาโหดระดับ Dual-Core เหมือน Galaxy Ace 2, Xperia U ดังนั้นผลทดสอบ Benchmark อาจดูน้อยไปนิดนึง ตามแบบฉบับซีพียู 1GHz Single-Core แต่ด้านการใช้งานทั่วไปจัดว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ครับ ไม่ได้ดูหนัง HD เล่นเกมโหดๆ เอาอยู่แน่นอน :D

  ตอนมาฟันธงว่า Optimus L7 น่าใช้ น่าเสียเงินให้หรือไม่ ? เหมาะกับผู้ใช้แนวไหน อย่างไร มาหาคำตอบได้ในช่วงหน้าครับ :D


Comments

comments

Powered by Facebook Comments