เทรนด์สมาร์ทโฟนปี 2022 : 5G, AI, Ecosystem, GameFi, Consumer Centric

ปี 2021 เป็นปีค่อนข้างยากลำบากของฝั่ง Tech จากปัญหาของ Covid ผลิดอกออกผล ทั้ง Supply-Chain กระจุกคอขวด ระบบ Logistics รวมถึง Inflation เงินเฟ้อ ค่าเงินอ่อน ฯลฯ ทำให้ Cost ทุกอย่างแพงขึ้น กระทบตลาด Mobile อย่างมีนัยสำคัญครับ โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง (2H 2021) เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน

  • แพงขึ้น
  • สเปคลดลง
  • ไม่มีนวัตกรรมเด่น
  • ตัวเลือกน้อย
  • รุ่นใหม่เลื่อนการขายออกไป

ปี 2022 สภาพตลาดยังอึมครึมต่อ คาดการณ์ว่าสถานการณ์ดีขึ้นปี 2023 เป็นต้นไป (หวังว่า) ส่วนตัวมอง Trend สมาร์ทโฟนปี 2022 ไว้ประมาณนี้ครับ

galaxy S21 ultra

สเปคเท่าเดิม ราคาแพงขึ้น

ผลต่อเนื่องจากปี 2021 เกิดคำถามต่อเนื่องว่า ทำไมรุ่นใหม่ สเปคมันเท่าเดิม (หรือแย่ลง) เหตุผลเป็นที่ทราบกันดีภายใน แต่สำหรับ User ทั่วไป ไม่ได้ติดตามข่าวสาร จะมองว่าฉันจ่ายเท่านี้ควรได้ของดีกว่าป่ะ ? ปีก่อนหน้าควรเป็นแบบนั้น แต่เมื่อ Parts ทุกอย่างแพงขึ้น ทั้งหน้าจอ กล้อง ชิพประมวลผล แรม (เท่าที่ทราบมี Storage ที่ปรับราคาน้อยสุด) จากต้นทุน 100 บาท อาจเป็น 130 บาทเลย

หากแบรนด์ต้องการ ‘ผลกำไร’ เท่าเดิม คุณต้องลดสเปคลง หรือเอาของเดิม ‘ยำรวมมิตร’ เป็นรุ่น – รหัสใหม่ ตอนนี้ทุกค่ายทำเป็นเรื่องปกติแล้ว แม้กระทั่ง Flagship Model หากเทียบกับโมเดลก่อนหน้า พบว่ารุ่นปี 2020-2021 มีความต่างไม่มากจนต้อง Upgrade แต่เทียบรุ่นเก่า (อายุเกิน 3 ปี) ส่วนตัวมองว่าควรอัพนะ สมควรแก่เวลา

ตัวเลือกน้อยลง

ผมสังเกตการเปิดตัว New Model ช่วงปี 2021 น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยทรัพยาการจำกัดมากๆ แบรนด์จำเป็นต้อง ‘โฟกัส’ รุ่นที่ทำยอดขาย + กำไร เป็นหลัก เช่น Samsung โยกไลน์ผลิตทำ Flip & Fold ที่กระแสตอบรับดี (แม้ราคาแพง) ก่อน ส่วนพระรอง (Galaxy S21 FE 5G) ย้ายเปิดตัวเวลาเหมาะสมแทน

ค่ายอื่นทำไม่ต่างกัน จากเคยเปิดตัว Series เดียว 3-4 รุ่นพร้อมกัน เลือก ‘กระจาย’ การเปิดตัวเป็น 1 เดือน 1 รุ่น เพื่อความเหมาะสมของ Product Cycle เปลี่ยนแปลงอย่างมากตลอดปีที่ผ่านมา

รุ่นเก่าสเปคดีจะเริ่มหายไป

ช่วงก่อน Covid (ปี 2019) มีสมาร์ทโฟนหลายรุ่นสเปค ‘ดีกว่าปัจจุบัน’ และต้นทุนการผลิตลดลงมาก (ตามหลัก Economy of Scale) จนสามารถตั้งราคาแข่งขันได้ ถูกนำมาวางจำหน่ายบนช่องทาง Online ทั้งร้านค้า Dealer หรือ Official Store เพื่อสร้างยอดขาย / เป็นทางเลือกกับ User ต้องการของ ‘คุ้มค่าคุ้มราคา‘ แต่ไม่แคร์ว่าต้องเป็นรุ่นใหม่สุด

ปี 2020-2021 หลายรุ่นเป็น ‘ดาวค้างฟ้า‘ เติม Stock อย่างต่อเนื่อง เช่น Redmi 9A, vivo V20 Pro 5G, OPPO Reno5, realme 7 5G ฯลฯ ผมเองหยิบมาเอาลง Promotion บนเพจประจำ ช่วงหลังบางรุ่นก็หมดแล้ว เติมของน้อยลง ซึ่งผมมองว่าถึงเวลามันต้องไปแล้วล่ะ แล้วดันรุ่นใหม่ตามมา

กลยุทธ์นี้ Apple ใช้ได้ผลดีกับ iPhone คนงบน้อยก็เอารุ่นเก่า คนมีงบต้องการรุ่นใหม่ก็จัดของใหม่

รีวิว galaxy z flip3 5g

Innovation

อัตราเร่งของนวัตกรรมบนสมาร์ทโฟน ลดลงตั้งแต่ 2018 เป็นต้นมาครับ เหตุผลนึงเพราะเป็น ‘ของใหม่ที่ไม่จำเป็น’ นอกจากกลุ่ม Geek & Enthusiast ที่ว้าวกับเรื่องนี้ ทำให้ทำมาขายจริงแล้วแป้กมากๆ เช่น มือถือจอหน้าหลัง (Dual-Screen), จอโค้ง (Waterfall), กล้องหมุนได้ (Rotatable Camera) ฯลฯ อีกทั้งต้นทุนผลิต ราคาตั้งขายแพงมากด้วย

ยิ่งเกิด Supply Shock ตอนนี้แบรนด์ต่างๆ เลือกที่จะเก็บ ‘ของเล่นใหม่’ ไว้ลงตลาดเวลาเหมาะสม มองว่าปี 2022 ค่ายต่างๆ จะลงมาเล่นเรื่องจอพับ ‘Foldable’ เป็นหลัก นอกเหนือจาก Samsung, Motorola, Xiaomi, Huawei ที่มาก่อน วันนี้ OPPO ตามมาแล้ว ค่ายรองๆ น่าจะมีของเหมือนกัน

ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ทั่วไป รุ่น Mid-Tier (ราคา 1x,xxx บาท) เหลือเฟือกับ Daily-Use แล้ว จากหลายรุ่นเคยรีวิวมาเช่น realme GT Neo2 5G, Xiaomi 11T, Galaxy A52s 5G ฯลฯ ให้ประสบการณ์ใช้งานครบครัน กล้อง จอ เกม ระบบภายในต่างๆ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงมากขนาดนั้น

pixel 6

AI Computational

ศัพท์นี้แบรนด์นำมาใช้งานมากขึ้น เมื่อหน่วยประมวลผล AI Processing (NPU) ฉลาดมากพอ และ Data มีปริมาณมหาศาล นำมาประมวลผลเพิ่ม ‘ประสิทธิภาพ’ การทำงานของ Hardware ให้แรงเร็ว ใช้ทรัพยากรน้อยลง แต่มอบผลลัพธ์ (Output) ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกล้อง เกม ระบบ เห็นผลเยอะสุด ถ่ายภาพออกมาทีนึงคือจบหลังกล้องเลยทีเดียว

เมื่อ Hardware ดันมาสุดแล้ว การแข่งขันของ R&D ด้าน Software, AI, Data คือน่านน้ำใหม่ที่ใครมีของดีกว่า เร็วกว่า แรงกว่าชนะ อย่าง Google Pixel ที่ Optimize ของเก่าให้เทพได้ และบางครั้ง The Best Hardware กลับให้ผลลัพธ์น่าผิดหวัง ปี 2022 เป็นโอกาสดีที่แบรนด์ต่างๆ จะสนใจเรื่องนี้มากกว่าที่เคยเป็น

xiaomi smart purifier 4 pro

Ecosystem

วันนี้หนึ่งในหน้าที่ของสมาร์ทโฟน เป็นหมากตัวนึงใน Ecosystem ใช้งาน Sync ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแบรนด์ เช่น ทีวี, แอร์, เครื่องฟอกอากาศ ฯลฯ เช่นเดียวกับอุปกรณ์ IoT ตรงนี้ Xiaomi ยืนหนึ่งมาเลย รองมาก้ Samsung, Apple, Huawei ส่วนค่ายอื่นๆ ยังไม่โดดเด่นเท่าไหร่ ใช้มือถือควบคุม สั่งการ เช็คข้อมูลของอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ตรงนี้ดีมากครับ เทรนด์นี้มาพักนึงแล้ว และจะดำเนินต่อไป

5G to Mass

การผลักดัน 5G Device ยังคงดำเนินต่อแม้ผิดแผนมากๆ เพราะ Covid ช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ AIS, True แข่งขันรุนแรงระดับ ‘ให้เครื่องฟรี’ สำหรับลูกค้าเลือกใช้แพคเกจ 5G ตามที่กำหนด ส่วนตัวมองว่าราคามือถือ 5G ยังไม่สามารถกดต่ำลงมากๆ (< 6,000 บาท) จากปัญหา Cost, ค่าเงิน FX ไม่นับส่วนลดจาก Online Platform นะครับ ดังนั้นวิธีเดียวทำให้คนอัพเกรดมาใช้ 5G มากๆ คือยอมเฉือนเนื้อ กับสร้าง Use Case ที่จำเป็นต้องใช้ 5G แทนละ เช่น Metaverse, Virtual Platform – Service ต่างๆ ที่สร้างประสบการณ์สมจริง สะดวกขึ้น แน่นอนพวกนี้ใช้ Data มหาศาลเลย

เช่นเดียวกัน Operator อัพเกรด 5G SA/NSA (700+2600) เป็นเหตุผลนึงที่ User บางส่วนเลือกอัพเกรดเครื่องให้รองรับเสียที แต่ยังจำกัดด้วยรุ่น Flagship และสภาพเศรษฐกิจที่หลายคนเลือกใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นก่อน

Blockchain & Decentralized Payment

เรื่องนี้กำลังเข้าสู่ Mass Adoption ในระดับนึงแล้วสำหรับ Decentralized Payment ด้วยสกุลเงินดิจิทัล (Crypto) ผ่านอุปกรณ์พกพา จากเทรนด์คนรุ่นใหม่สนใจการซื้อขาย ลงทุนแนวนี้มากขึ้น Device ที่รองรับ ‘ฟีเจอร์ความปลอดภัย’ ระดับสูง จะเริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะสามารถใช้งาน Wallet, Exchange ทำธุรกรรมเต็มรูปแบบ มักอยู่บนสมาร์ทโฟนระดับ Mid-Tier ขึ้นไปครับ

ทั้งนี้การ Educate User ทำธุรกรรมอย่างปลอดภัย รอบคอบ ตรวจสอบ รู้เท่าทันกลโกง เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรเร่งทำด่วนเช่นกัน

moo monster

GameFi

การมาของกระแส GameFi (Game + Blockchain) เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเกมเยอะทีเดียว คือเกมแบบเดิมยังอยู่แหละครับ แต่เกมใหม่ๆ นำระบบ Blockchain เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรง – ทางอ้อม ทางตรงคือใช้ระบบ On/Off-Chain เข้ามาจัดเก็บ ประมวลผล ชำระเงิน หารายได้ (Play to Earn) โดยตรง เช่น Alien World, Town Star ฯลฯ กับทางอ้อมที่นำ Blockchain เข้ามาใช้เพียงบางส่วน เช่น In-App Purchase, Cashout เป็น Token เช่น MIR4, Thetan Arena, Axie, Moo Monster ฯลฯ สามารถเล่นตามปกติ แล้วค่อยทำธุรกรรมเมื่อต้องการซื้อขายภายนอก

สำหรับ Mobile Game ที่จะเปิดตัวปี 2022 เป็นต้นไป จะต้องมีระบบ Blockchain เข้ามาเกี่ยวข้องทางใดทางนึงแน่นอน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่เพื่อเล่น GameFi นะครับ เกมปกติ (ที่เป็นเกมจริงๆ ไม่ใช่ Click 2 Earn) มือถือวางขายปัจจุบันเพียงพอแล้ว ยกเว้นเอาภาพสวยมากๆ ต้องเอาสเปคแรงหน่อยตามราคา

สรุป

ปัจจัยด้าน Supply Shock, Inflation, Cost, Consumption ฯลฯ ยังคงกดดันตลาด Mobile (และ Tech ภาพรวม) ต่อไปครับ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังต้องดำเนินต่อไป ตลาดที่เคยแข่งขันรุนแรง ยัดสเปคโหดๆ ราคาถูกมาก ไม่มีอีกต่อไป กลับสู่โลกความเป็นจริง และหาทาง ‘สร้างประสบการณ์’ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้า (Consumer Centric) สังเกตง่ายๆ Media ที่ออกมา จับกลุ่มตลาดใหม่มากขึ้น แฟชั่น วัยรุ่นคนรุ่นใหม่ สายกล้อง ท่องเที่ยว ฯลฯ

ฝั่ง User เองเข้าใจนะว่าต้องการ ‘ของราคาสุดคุ้ม’ เราเองถูกสปอยล์จนเคยตัว ไม่มองสภาพความเป็นจริงที่ผ่านมา วันนี้ของแพงขึ้นครับ ทางเลือกที่เหมาะสมคือซื้อช่วงโปรโมชั่น / ช่วงเปิดตัว หรือหามือสองสภาพใหม่ใช้งาน ตามคาดเลยเพราะตลาด ‘มือสอง’ โตอย่างก้าวกระโดด (แบรนด์อาจไม่ชอบ แต่ก็แทรกแซงไม่ได้นะจ๊ะ) เป็นตัวเลือกในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้เหมือนกัน

Happy New Year 2022 !!