[ Review ] : Huawei Ascend Mate 7 – กว้างสุดขอบฟ้า

ห่างหายจากรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ (เพราะไม่ว่างเท่าไหร่) ไปนานทีเดียว แม้ช่วงนี้จะมีมือถือหลายรุ่นทยอยเปิดตัวช่วงนี้ โดยเฉพาะ iPhone 6 / 6 Plus ยังคงหาซื้อยากอยู่ (แนะนำว่าสั่งผ่าน Online Store ดีกว่า) อย่างไรก็ตาม นอกจาก iPhone ฝั่งสมาร์ทโฟน Android ก็มีรุ่นใหม่รอคิวจำหน่ายอีกหลายรุ่น วันนี้มาดูรุ่นเรือธงล่าสุดของ Huawei กันครับ เพิ่งเปิดตัวพร้อมวางขายเมื่อสิ้นเดือนตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา กับคุณสมบัติจัดเต็มหลายอย่าง พร้อมอินเตอร์เฟสใหม่ รองรับ 4G LTE และหน้าจอขนาดยักษ์ 6.0 นิ้ว หากคุณชอบมือถือจอใหญ่ๆ ไว้เล่นเกม ดูหนังแบบเต็มตา รับรองไม่ผิดหวังครับ : )

Lumia 730

Huawei Ascend Mate 7

ส่วนใหญ่จะเห็นค่าย Top 5 ของโลกอย่าง Huawei ออกสมาร์ทโฟนรุ่นล่าง – กลางซะส่วนมาก รุ่นล่าสุดก็ Ascend P7 ปัจจุบันเหลือ 13,990 บาท ส่วนระดับเรือธงสเปคเทพมี Ascend Mate 7 เปิดตัวเป็นรุ่นแรกเมื่องาน IFA2014 เดือนกันยายนที่ผ่านมาครับ มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.0 นิ้ว ขอบหน้าจอ (Bezel) แคบเป็นพิเศษ มีพื้นที่แสดงผลเทียบกับขนาดบอดี้คิดเป็น 78% โดยประมาณ (มากกว่า LG G3 ซะอีก), ชิพประมวลผล Octa-Core รุ่นอัพเกรด (Kirin 925) แรงเร็วกว่าเดิม รองรับ 4G LTE, ระบบสแกนนิ้ว (FingerPrint Sensor), แบตเตอรี่ความจุสูง 4100 mAh และบอดี้โลหะแบบ Unibody สัมผัสพรีเมี่ยมสุดๆ

20141114_170353

20141114_170439

20141114_170432

การออกแบบของ Ascend Mate 7 แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าชัดเจนครับ หลายคนบอกว่าด้านหน้าคล้าย LG G3 ส่วนด้านหลังเหมือน HTC One Max … (เออว่ะ) พื้นที่หน้าจอค่อนข้างมากจากขอบหน้าจอ (Bezel) แคบเป็นพิเศษ แสดงผลคมชัดดีครับ สีจะออกนวลนิดๆ ด้านบนมีกล้องหน้า 5MP ส่วนปุ่ม Navi จะอยู่บนหน้าจอทั้งหมด เหลือเพียงโลโก้ Huawei เท่านั้น สำหรับขอบบอดี้มีปุ่ม Power-Volume ด้านขวา และช่องใส่ซิมการ์ด – MicroSD ด้านซ้ายมือ ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, MicroUSB อยู่ด้านหัว-ท้ายตามลำดับ

20141114_170330

20141114_170527

20141114_170536

รุ่นนี้ด้านหลังคล้าย HTC One Max ครับ ฮ่าๆ ใช้วัสดุโลหะทั้งหมด มีกล้อง 13MP-เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือตรงกลาง ลำโพงด้านล่าง ถ้าเป็นบอดี้สีทอง – สีเทาก็จะเป็นสีโทนเดียวกันหมด (สวยทุกสีเลย) ไม่สามารถถอดฝาหลังออกได้ ซึ่งแบตเตอรี่ 4100 mAh ถูกบิ้วท์อินภายในเรียบร้อย ส่วนขนาดบอดี้ของ Ascend Mate 7 ค่อนข้างใหญ่ตามสไตล์มือถือจอ 6 นิ้ว ความยาวใกล้เคียงกับ Note 4 แต่บานกว่าเล็กน้อย น้ำหนักไม่มากครับ

ซอฟท์แวร์

Ascend Mate 7 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส Emotion UI 3.0 (EMUI 3.0) ถูกดีไซน์ให้ Flat ใช้งานลื่นไหลมากขึ้น ยังคอนเซ็ปเดิมคือไม่มี App Drawer เลื่อนซ้ายเลื่อนขวาอย่างเดียว ปรับแต่งธีม (โหลดเพิ่มได้) ปรับ Layout ไอคอน 3 รูปแบบ (4×5, 5×4, 5×5) แถบ Notification ถูกแบ่งเป็น 2 Tab (Noti, Shotcuts) แสดงผลเรียงตามลำดับเวลา สำหรับ Navigation Bar ด้านล่าง สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ เหมือนกับบน LG G3 แล้วแต่ความถนัดครับ

ด้านฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ สามารถชมวิดิโอรีวิวด้านล่างได้เลย ลูกเล่นภาพรวมมีมากพอสมควรครับ พื้นฐานครบ ลงแอพลิเคชั่นเสริมจาก Play Store เพิ่มเติมได้ตามต้องการ

สรุป

ปีนี้เป็นยุคของสมาร์ทโฟนจอยักษ์ครองโลกอย่างแท้จริงครับ แม้กระทั่ง Apple เองยังฝืนกระแสไม่ไหว ต้องออก iPhone 6 Plus ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5” เช่นเดียวกับตระกูล Galaxy Note และเรือธงอีกหลายรุ่น เช่นเดียวกับ Ascend Mate 7 จาก Huawei ซึ่งเป็นรุ่นสเปคสูงสุดของแบรนด์ ณ ปัจจุบัน ทั้งหน้าจอ FHD ขอบบาง 6.0 นิ้ว, บอดี้โลหะ, สแกนลายนิ้วมือ (ใช้บนฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย), กล้องลูกเล่นเยอะ รวมถึงแบตเตอรี่ 4100 mAh อึดกำลังดี เป็นอีกก้าวที่น่าจับตามองทีเดียว เพราะ Huawei กับสมาร์ทโฟนระดับสูง ยังเป็นอะไรที่ใหม่อยู่เหมือนกัน

ข้อจำกัดของ Ascend Mate 7 ที่น่าจะดีกว่านี้คือเรื่องจอ (อาจจะ)ใส่จอ 2K มาได้เลย และแรม 3GB ที่จำกัดบนรุ่น 32GB เท่านั้น ขณะที่คู่แข่งอย่าง OPPO Find 7, Vivo XPlay 3S จัดเต็มสเปคในระดับราคาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ User Interface ยังมีหน่วงนิดหน่อย ตรงนี้น่าจะดีขึ้นอีกหากอัพเกรดเป็น Android 5.0 (Lollipop) ได้ในอนาคต

20141114_165850

Pros

– หน้าจอขนาดใหญ่ พื้นที่เยอะ แสดงผลค่อนข้างดี
– แบต 4100 mAh (สามารถทำเป็น PowerBank ผ่าน OTG)
– บอดี้โลหะ
– ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ ทำงานรวดเร็ว
– เปลี่ยนธีมได้หลากหลายรูปแบบผ่าน Theme Store
– รองรับ 4G LTE
– ราคาเปิดตัวไม่แพงมากนัก (สำหรับโมเดล 16GB)

Cons

– มีหน่วงอยู่บ้าง, Performance ยังด้อยกว่าคู่แข่ง
– ไม่มีจุดขายเด่นชัดเจน
– มีสีทองเฉพาะโมเดล 32GB + แรม 3GB (แพงกว่าปกติ 3,000 บาท)
– คู่แข่งมีหลายรุ่น (LG G3, Galaxy Note 3,OPPO Find 7 ฯลฯ)

Huawei Ascend Mate 7 หาซื้อตามร้านชั้นนำทั่วไปได้แล้ววันนี้ มีให้เลือก 2 โมเดลคือ แรม 2GB+รอม 16GB (16,990 บาท – สีเทา, เงิน) และแรม 3GB +รอม 32GB (19,990 บาท – สีทอง) สามารถลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อได้นะครับ

Comments

comments

Powered by Facebook Comments