Redmi K20 Pro : นักฆ่าเรือธงรุ่นใหม่

อดีต Xiaomi ใช้กลยุทธ์ #ทุบตลาด ด้วยมือถือสเปคสูงกว่า แต่ขายถูกกว่าชาวบ้าน จนติดตลาด ได้รับความนิยมถึงปัจจุบัน .. อย่างไรก็ตาม Xiaomi ต้องการผลักดัน Brand ขึ้นระดับ ‘Premium‘ เช่นเดียวกับ OPPO – Huawei ดังนั้น ทางออกเหมาะสมคือ ปั้นซับแบรนด์อย่าง ‘Redmi’ เป็นหัวเรือหลักมือถือ Entry-Level ถึงระดับ High-End (< 15,000 บาท)
ส่วน Xiaomi จะขายเฉพาะ Flagship เท่านั้น คาดว่าปลายปี 2019 คงเห็นอะไรเด่นชัดมากขึ้นครับ

Redmi K20 Series

Xiaomi ผลักดัน Redmi K20 Series เป็น ‘นักฆ่าเรือธง‘ (Flagship Killer) กับสเปคระดับ Flagship บอดี้พรีเมียมลุค กำเงินเพียง 12,000 บาท ก็เป็นเจ้าของได้แล้ว เหมือน Pocophone F1 เมื่อปีก่อน บัดนี้ควบรวมเหลือ 1 แบรนด์ ทำตลาด Global เต็มรูปแบบ

Redmi K20 Pro

มันคือ Xiaomi Mi9 ปรับปรุงสเปคใหม่ ในราคาถูกกว่าเดิม ‘Redmi K20 Pro‘ ถูกวางเป็น Flagship Killer สเปคหน้าจอเต็มขอบ 6.39 นิ้ว (FHD+), ชิพประมวลผล Snapdragon 855, กล้องหน้า Pop-Up (20MP) พร้อม Triple-Camera ด้านหลัง เซ็ตเดียวกับ Mi9 และแบตเตอรี่ 4000 mAh

รองรับสแกนนิ้วบนจอ (ทั้ง K20/K20 Pro) ความเร็วสุดติ่งเลยทีเดียว

เอาใจสายเกมด้วย Game Turbo 2.0 เพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมระบบระบายความร้อน (ลดอุณหภูมิสูงสุด 8 องศา)

รองรับชาร์จเร็ว QC 4.0+ (27W)

นอกจากนี้รองรับ GPS L1+L5, NFC ฯลฯ เริ่มต้นแรม 6GB+64 สูงสุด 8GB+256 (UFS 2.1) อารมณ์สอย Mi9 รุ่นอัพเกรดในราคาถูกกว่า (แพงสุด 2,999 หยวน)  ประมาณ 16,500 บาท

Redmi K20

ไม่ต้องกังวลครับ Redmi K20 Pro อาจแพงสำหรับ User บางกลุ่ม Xiaomi มี ‘Redmi K20‘ เป็นตัวเลือก ลดสเปคชิพ Snapdragon 730 (แรงน้องๆ 845 เลยจ้ะ) กับแรม 6GB+64 หรือ 128GB เริ่มต้นเพียง 1,999 หยวน (9,600 บาท) เท่านั้นเอง
และ Redmi 7A ตามที่เขียนข่าวก่อนหน้า ราคาน่าสนใจมากกก คงเปิดขายในไทย 2,990 บาท เช่นเคย
เบื้องต้นมีข้อมูลว่า Xiaomi อาจนำ ‘Redmi K20‘ ทำตลาดในไทยเร็วๆ นี้ ทดแทน ‘Mi9 SE‘ กำลังจะวางขาย แต่สั่งเบรคหยุดจำหน่ายก่อน คาดว่า Redmi K20 เข้าไทยเร็วกว่าที่คาดไว้ครับ