ทำไม Galaxy S9 Plus ถึงขายดีกว่า Galaxy S9 ?

จากหัวกระทู้สงสัยจาก ปสก. ส่วนตัวเหมือนกัน ตั้งแต่ Galaxy S8 / Galaxy S8+ จนถึงรุ่นล่าสุด Galaxy S9 ปรากฎว่ารุ่น Plus ดันขายดีกว่ารุ่น Standard ซะงั้น ยกเว้น Note 8 ที่มีรุ่นเดียว … มาลองวิเคราะห์กันหน่อยว่าเพราะอะไร ?

1. เจ็บแต่จบ

เหตุผลนึงสำหรับคนซื้อมือถือ Flagship คือเจ็บแต่จบ จ่ายเพื่อของดีที่สุด โชคดีหน่อยว่า S9 กับ S9+ เนื่ยจุดต่างเยอะกว่าตอน S8 / S8+ จ่ายอีก 4,000-6,000 บาท เพิ่มทั้งแรม (6GB), กล้องคู่ จอใหญ่กว่า แบตมากกว่า !

เจ็บแต่จบ คือตัวเลือกที่คุ้มค่า

สมมติคนผ่อน 0% 10 เดือน เพิ่มเดือนละ 400-600 บาท ถือว่าไม่เยอะครับ สำหรับมือถือราคาระดับนี้ ยอมจ่ายเหอะ

2. ความจุเยอะกว่า

รอบนี้ Galaxy S9+ มีตัวเลือกความจุ 128GB และ 256GB นอกเหนือจาก 64GB (ส่วน S9 มีเฉพาะ 64GB) ลูกค้าบางส่วนต้องการความจุเยอะ ลงเกม ถ่ายภาพ ขี้เกียจอัพลง Cloud ก็ต้องเล่นตัว Plus ล่ะครับ
บางคนบอกเพิ่ม MicroSD แทนดีกว่ามั้ย ? ถ้าเอาของดีต้องเล่นเรือธง (Sandisk ซองดำ / Samsung Pro+) 128GB ตัวละ 3,xxx บาท ถึงกระนั้นความเร็วสู้ UFS ไม่ได้อยู่ดี สรุปเพิ่มความจุเถอะ …

3. รุ่นพิเศษ 256GB

มาแบบ Surprise เหมือนกันสำหรับ Galaxy S9+ รุ่น 256GB ความจุเว่อวังมาก ส่วนตัวมองว่าเหมาะกับคนถ่ายภาพ + วิดิโอเยอะเป็นพิเศษ ที่น่าสนใจคือ

ขายผ่าน Operator เท่านั้น (AIS, TRUE, DTAC)

พร้อมส่วนลดแพคเกจสูงสุด 7,000-10,000 บาท ส่วน Galaxy S9 รับส่วนลดตามปกตินะจ๊ะ อย่างไรก็ดี รุ่น 256GB จะได้เครื่องช้ากว่าชาวบ้านคือ ปลายเดือนมีนาคม 2561 และจำนวนเข้ามาค่อนข้างน้อย ตรงนี้มองว่ามาเพื่อแข่งกับ iPhone X (256GB) โดยเฉพาะ

แล้ว Galaxy S9 ไม่ดีเหรอ ?

เชียร์เล่นรุ่นใหญ่ขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวคนเลือก Galaxy S9 น้อยใจ … หากเปรียบเทียบกับ Galaxy S8 เหมือนอัพเกรดขึ้นไม่เยอะครับ มีแค่กล้องที่ใช้ตัวใหม่ รอม 64GB + แรม 4GB และอื่นๆ ไม่ต่างจากรุ่นเดิม เหมาะกับคนที่อัพเกรดจาก Galaxy S6 / Galaxy S7 หรือ A-Series แต่ไม่อยากจ่ายแพง + ต้องการบอดี้ขนาดพอดีมือ พกพาสะดวก ถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างดี

ถามว่าเหตุผลอะไรเข้าท่าสุด ต้องบอกว่าข้อ 1 ล่ะครับ #เจ็บแต่จบ ใช้ยาว 1-2 ปีอย่างน้อย ผ่อนหมดค่อยว่ากันอีกที งั้นต้องเลือก The Best Thing จริงมั้ยจ๊ะ