ส่องแบรนด์ย่อย Xiaomi ซอย(เยอะ)ทำไม เพื่อใคร ?

Xiaomi เป็นค่ายมือถือที่มี ‘แบรนด์ย่อย‘ (Sub-Brand) มากเป็นอันดับต้นๆ ของผลิตภัณฑ์ Mobile Device ครับ เพราะอะไร ? เพื่อพัฒนา R&D ออกมาตอบโจทย์ ‘ความต้องการ’ ของ User อย่างตรงจุด จะเป็นด้านกล้อง บันเทิง สเปค หรือราคา ฯลฯ
เหมือน Toyota มี Vios, Altis, Camry ฯลฯ ตามออฟชั่น – ระดับราคา จับกลุ่มเป้าหมายต่างกัน
ใครบอกมือถือไม่ซับซ้อน … ไม่จริงงง ผมเองยังปวดหัวเลย ๕๕๕๕ มาชมของ Xiaomi ดีกว่า :D

Redmi

ก่อนหน้านี้ Redmi เป็นชื่อรุ่นของ Device ระดับกลาง – ล่าง (Budget) เน้นราคาประหยัด + สเปคครบครัน เช่น Redmi 5A, Redmi Note 6 Pro เป็นกลุ่มยอดขาย ‘มากที่สุด’ ด้วยราคา สเปค เทียบกับคู่แข่งถือว่าโคตรคุ้ม
ล่าสุด Xiaomi จับ ‘Redmi‘ แยกวง พร้อมเปิดตัว Redmi Note 7 สเปคแบบว่าซู้ดดปากเลยทีเดียว ต้องติดตามครับว่าทำตลาดอย่างไร ส่วนตัวมองว่าเหมือน Pocophone ที่ขายกับ Xiaomi ปกติ แค่ R&D คนละทีมเท่านั้นเอง

Pocophone

อันนี้สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อวันนึง Xiaomi แตกแบรนด์ใหม่ อัด Flagship Spec จับตลาด ‘วัยรุ่น‘ เน้นความเร็วแรง อันดับ 1 กับราคาเริ่มต้นเพียง ‘หมื่นเดียว‘ ใช้ทีม R&D + ผลิต จากอินเดียทั้งหมด สามารถควบคุมต้นทุน ขายถูกได้ :D
สำหรับแบรนด์ Pocophone เป็นคู่แข่ง ‘OnePlus‘ สายตรง แถมยัง ‘สกัดดาวรุ่ง‘ รุ่นราคาหมื่นต้นๆ จากแบรนด์อื่นอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวตายเรียบจริงๆ ครับ

Black Shark

ตามกระแส Gaming Phone มาแรง มีหรือ Xiaomi จะพลาด … ‘Black Shark‘ คือคำตอบครับ จับกลุ่ม Mobile Gaming สายแข็ง ด้วยบอดี้โฉบเฉี่ยวดุดัน สเปคจัดเต็มระดับ Flagship แบตอึด พร้อมอุปกรณ์เสริม (Joystick, Dock ฯลฯ) เพื่อประสบการณ์เล่นเกมเหนือระดับ
Xiaomi ทำทั้งที ราคาไม่แพงอย่างที่คิด อย่าง Black Shark Halo ราคาไม่ถึง 2 หมื่นบาท ข้อจำกัดมีแค่ ‘ขายเฉพาะจีน‘ ไม่มี Global Ver. ดังนั้นต้องหาร้านนำเข้าอิสระเองครับ
ภาพรวม 3 แบรนด์ข้างต้น Redmi, Pocophone และ Black Shark มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แม้บาง Product จะขี่คอกันบ้าง (จากราคา) มาต่อกันกับ Series อื่นๆ ของ Xiaomi

Max

เป็นซีรีส์ของ Phablet (มือถือจอยักษ์) ขนาด 6.3 นิ้ว++ สำหรับผู้ใช้สาย Entertainment สามารถชม Youtube, Netflix เล่นเกมต่างๆ บนหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมแบตเตอรี่อึด 5000 mAh โดยรุ่นปัจจุบันคือ ‘Xiaomi Mi Max 3’ ราคาไม่ถึงหมื่นบาท หน้าจอ 6.9 นิ้ว ใหญ่มาก !

Mix

ใต้คอนเซป Art x Technology หมายถึงการดีไซน์โดดเด่น + สเปคระดับ Flagship รุ่นปัจจุบันอย่าง ‘Mi Mix 3’ ออกแบบหน้าจอ Full Screen ซ่อนกล้องหน้าใต้จอ เปิดใช้งานด้วยระบบสไลด์ (เหมือน Nokia สมัยก่อนเลย) ผลิตจำนวนไม่มาก ราคาสูงกว่าทุกซีรีส์ครับ

Mi-Series

ตอนแรกเป็น Core Product ก่อนแตกซีรีส์ย่อย ปัจจุบันวางเป็น Flagship Series เรือธงราคาประหยัด พร้อมรุ่นย่อย (Lite, Pro, Standard) ปรับเพิ่ม-ลดสเปคตามราคา คาดว่า Xiaomi จะผลักดัน Mi-Series มีราคา + สเปคสูงกว่าเดิม คล้าย Huawei, Oppo ที่มีผลิตภัณฑ์ราคา > 25,000 บาท ในตลาดแล้ว

Pad

ซีรีส์ Tablet นั่นเองครับ ปัจจุบันออกมาถึง Mi Pad 4 แล้ว เอาใจขา Entertain บนหน้าจอขนาดใหญ่ พกพาสะดวก แบตอึด กับสเปคระดับกลางๆ ราคาประมาณ 6-7 พันบาท

Play

เพิ่งเปิดตัวในจีนกับ Mi Play ซีรีส์ใหม่เน้น ‘ความบันเทิงราคาย่อมเยา’ ราคาประหยัด สเปคครบ ดีไซน์จัดจ้าาน ตอนนี้มีขายเฉพาะจีนครับ อย่างไรก็ดี สเปครวมๆ ชนกับ Redmi Series มากทีเดียว แต่ความสวยชนะขาดเลย
คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ครับ ความซอยรุ่นของ Xiaomi แม้ Target User ค่อนข้างชัดเจน แต่ด้วยราคา – สเปค มีความ ‘ทับซ้อน’ อยู่ไม่น้อย เอาเป็นว่าถูกใจรุ่นไหน งบประมาณเท่าไหร่ ก็จัดเลย อย่าคิดให้เสียเวลาจ้า :D